อุบัติเหตุทางรถยนต์

สวัสดีครับ

            อยากนำเสนอ Near Miss เกือบเกิดอุบัติเหตุ  เป็นอุธาหรณ์เตือนสติ ก่อนขับรถ ไปเที่ยวหรือไปไหนๆ ทุกครัง ต้องตรวจเช็คสภาพรถยนต์ สังเกตุสิ่งผิดปกติจากการขับรถทุกวัน เช่น เสียง กลิ่น จะได้ไปค้นหาสิ่งผิดปกติ เพื่อป้องกันแก้ไขต่อไป

เครสนี้ ถือว่า โชคดี หยุดรุถก่อน มาดูกันเลยดีกว่า

พ่อแม่ลูก หมดสติบนทางด่วนบูรพาวิถี ตรวจสอบพบกลิ่นไหม้ คาดต้นเหตุทำหมดสติ

พจ “คนข่าวบางปะกง” ไลฟ์เหตุการณ์เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งหลังหมดสติภายในรถทั้ง พ่อ แม่ และลูก บนทางด่วนบูรพาวิถี จากการตรวจสอบพบมีกลิ่นเหม็นไหม้อยู่ภายในรถ คาดเป็นสาเหตุทำให้ทุกคนหมดสติ ล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว

วันนี้ (11 พ.ย.) เพจ “คนข่าวบางปะกง” ได้ไลฟ์เหตุการณ์บนทางด่วนบูรพาวิถี กม.39+800 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 9 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังพบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน สีขาว จอดอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่ทางด่วนบูรพาวิถีเข้ามาพบ เจอครอบครัวพ่อแม่ลูก หมดสติอยู่ภายในรถ จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เข้าช่วยเหลือ ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกง 

โดยภายในคลิปวิดีโอเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กำลังนำตัวเด็กน้อยและเร่งช่วยเหลือผู้ปกครองออกมาจากในรถโดยด่วน นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพยังได้ระบุว่า พบกลิ่นที่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นกลิ่นชนิดใด อบอวลอยู่ภายในรถ คาดว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวดังกล่าวหมดสติ ต่อมาทางเพจ “คนข่าวปางปะกง” ได้ระบุข้อความว่า

“สรุปเบื้องต้นเหตุพ่อแม่ลูกหมดสติในรถ หลังเกือบเกิดเรื่องสลดเมื่อพ่อแม่ลูกขับรถเก๋งจะไปเที่ยวบางแสน ระหว่างทางรู้สึกว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้คล้ายท่อไอเสีย ก่อนจะมีอาการวูบหมดสติ แต่ผู้เป็นพ่อได้พยายามประคองรถจอดข้างทาง แล้วหมดสติไปทั้งสามคน บนทางด่วนบูรพาวิถี กม.39+800 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 9 ต.บางวัว อ.บางปะกง จนเจ้าหน้าที่ทางด่วนบูรพาวิถี มาพบตัวแจ้งกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ ทางตำรวจกำลังเร่งหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่ และตอนนี้ทั้งสามคนปลอดภัยแล้วครับ”

 

เผยแพร่:    ปรับปรุง:    โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จนท.ขนส่ง พบรถ 3 พ่อแม่ลูกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทำให้ควันจากท่อไอเสียออกไม่พ้นตัวรถ ย้อนผ่านรอยต่อขอบยางกระโปรงหลัง ก่อนเข้าห้องโดยสาร เป็นเหตุให้หมดสติ

จากกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา บนทางด่วนบูรพาวิถี กม.39+800 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 9 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่พบรถเก๋ง นิสสัน อาเมร่า สีขาว ทะเบียน 2 กก 7720 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง พบว่าคนที่อยู่ภายในรถหมดสติทั้งหมด

โดยเจ้าหน้าที่พยายามเคาะเรียกและเขย่ารถให้คนในรถตื่น กระทั่ง นายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์อายุ 31 ปี คนขับ ลืมตามา แต่อยู่ในอาการตัวสั่น เกร็ง ลิ้นแข็ง และปัสสาวะราด พยายามจะกดปุ่มเพื่อลดกระจกลง โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที

จากนั้นกู้ภัยรีบเปิดประตูรถทุกบานเพื่อถ่ายเทอากาศภายในรถ และพบ น.ส.จิตรารัตน์ นามจำปีอายุ 26 ปี ภรรยา หมดสติอยู่ในอาการตาค้าง น้ำลายฟูมปาก ปัสสาวะราด ชักเกร็ง ไม่รู้สึกตัว ส่วนเบาะหลังพบ ด.ญ.อารีย์ภัทร เชื้อถิระพงษ์ อายุ 7 ขวบ ลูกสาว นอนหมดสติอยู่

เมื่อกู้ภัยเข้าช่วยเหลือพบว่าอยู่ในอาการชักเกร็ง ลิ้นแข็ง และร้องไห้ตลอดเวลา จากนั้นก็นอนแน่นิ่งไป เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวสองแม่ลูกออกจากรถ แล้วรีบใช้เครื่องช่วยหายใจทันที ซึ่งล่าสุดทั้งสามคนปลอดภัยนั้น

ล่าสุดวันนี้ (13 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานวิศวกรรมเครื่องกลชำนาญการพิเศษ สำนักงานวิศวกรรมยานยนต์ กรมขนส่งทางบก เข้าตรวจสอบรถเก๋งคันดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้คนทั้งสามหมดสติ

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องมือวัดค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มาตรวจวัด บริเวณรอบรถด้านนอกพบว่า มีการตกแต่งเสริมสเกิร์ตรอบคัน แต่ที่เป็นจุดอันตรายคือ “ชุดสเกิร์ตหลัง” ที่บริเวณด้านล่างติดกับท่อไอเสีย ซึ่งไม่มีทางให้ควันจากท่อไอเสียออกพ้นตัวรถ จึงทำให้ควันท่อไอเสียย้อนผ่านรอยต่อขอบยางที่ฝากระโปรงหลังรถ ก่อนจะเข้ามาภายในตัวรถ และสะสมเป็นจำนวนมาก จนเป็นเหตุทำให้คนในรถหมดสติ

ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ในฐานะเจ้าของคดี กล่าวว่า เรื่องนี้หลายคนไม่คิดว่าชุดแต่งรถที่สวยงามกลับจะเป็นภัยใกล้ตัวที่มองข้ามไป พร้อมยังฝากเตือนคนที่ชอบแต่งรถเสริมสเกิร์ตรถรอบคัน ควรดูว่าชุดแต่งนั้นปิดบังท่อไอเสียหรือไม่ และควันจากท่อไอเสียจะเข้าไปในรถได้หรือไม่ โดยทางตำรวจจะนำผลการตรวจสภาพรถสรุปผลคดีต่อไป

 

Visitors: 49,807