สมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจังหวัดสมุทรปราการ
กรกฎาคม 27, 2014, 12:11:40 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การคำนวณอุบัติเหตุ  (อ่าน 4640 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: มกราคม 19, 2011, 01:33:15 PM »

สถาบันมาตรฐานแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา(ANSI) ได้กำหนดสูตรในการคำนวณอุบัติเหตุไว้ดังนี้
1. อัตราความถี่การบาดเจ็บ (Injury Frequency Rate) I.F.R = N * 1,000,000 / MH
2. อัตราความถี่การบาดเจ็บ (Injury Severity Rate) I.S.R = DL * 1,000,000 / MH
3. ดัชนีความรุนแรงโดยเฉลี่ย(Average Severity Index) A.S.I = IFR / ISR หรือ DL / N
4. ดัชนีการบาดเจ็บพิการ (disabling Injury Index) D.I.I = IFR * ISR /1000
5. ค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุ (Cost Factor) CF = (ค่ารักษา-ค่าชดเชย) * 1,000,000 / MH
6. ความสูญเสียจากอุบัติเหตุ (Lost Factor) LF = วันที่สูญเสีย * 1,000,000 /MH
7. ค่าชดเชยเบี้ยประกัน (Claim/Premium Ratio) CPR = ค่าชดเชยทีได้/ ค่าเบี้ยที่จ่าย
*** หมายเหตุ
N = จำนวนรายผู้บาดเจ็บที่เกิดขึ้นในหน่วยงานนั้นหน่วยเป็นคน
MH = จำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมดของหน่วยงานนั้นหน่วยเป็นชั่วโมง
DL = จำนวนวันที่สูญเสียไปเนื่องจากการบาดเจ็บ คิดที่ 1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน

** ที่มาของ 1ล้านชั่วโมงมาจากแนวคิด คน 500คน ทำงานเวลา 1 ปี (1ปีมี 52 สัปดาห์ๆละ5วันมีวันหยุดปีละ 10 วันโดยเฉลี่ย = 250 วัน ทำงานวันละ 8 ชม.) ฉะนั้น MH = 500*250*8 = 1,000,000 MH

 

LTIFR. (Lost Time Injury Frequency Rate)

LTIFR. (Lost Time Injury Frequency Rate) คือการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน 1 วันขึ้นไป และ TIFR.(Total Injury Frequency Rate) คือการบาดเจ็บทั้งหมด ที่มาห้องพยาบาล ทั้งสองอย่างคิดอัตราต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน เป็นอัตราการนับที่นิยมใช้ทางยุโรปและออสเตรเลีย

วิธีคิดก็คือ เอาจำนวนการบาดเจ็บตั้ง หารด้วยชั่วโมงการทำงานทั้งหมด คูณด้วย ล้าน วิธีนี้จะสามารถแสดงอัตรา รายเดือน รายปี ได้หมด



ตัวอย่าง ในเดือนนั้น ทั้งบริษัท มีการทำงาน 46,553 ชั่วโมง (ไปเอาตัวเลขมาจากฝ่ายPay Roll) มีพนักงานบาดเจ็บจากการทำงานมาห้องพยาบาล 3 ราย พยาบาลส่งต่อไปโรงพยาบาล 1 ราย หมอทำแผลและให้หยุดพัก 2 วัน

ก็จะได้               TIFR = 3 หารด้วย 46,553 คูณ 1,000,000 = 64         และ
                        LTIFR. = 1 หารด้วย 46,553 คูณ 1,000,000 = 21

 

เราสามารถ ตั้งเป้าในการทำงานได้ เช่น จะทำงานให้ได้ 5 แสน ชั่วโมง โดยมี LTIFR.= 0 เป็นต้น



TCIR

TCIR ย่อมาจาก Total Case Incident Rate คือ จำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานคำนวณเฉลี่ยที่พนักงาน 100 คน ในช่วงระยะเวลา 1 ปี เป็นหลักการซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ใช้ในการรายงานการบาดเจ็บและเปรียบเทียบสถิติการเกิดอุบัติเหตุระหว่างแต่ละโรงงาน แต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม หรือในแต่ละปี

สูตรคำนวณ TCIR คือ

TCIR = (200,000 x จำนวนอุบัติเหตุในช่วงระยะเวลา 1 ปี) / ชั่วโมงการทำงานทั้งหมดในช่วงระยะเวลา 1 ปี



ยกตัวอย่าง เช่น โรงงานมีพนักงาน 7,500 คน ในปี 2001 มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ 430 ราย และพนักงานทำงานโดยเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 50 สัปดาห์ ดังนั้น ปี 2001 TCIR ของโรงงานนี้จะเท่ากับ

TCIR = 86,000,000/15,000,000 = 5.7 ราย ต่อพนักงาน 100 คนต่อปี

 

โดยโรงงานที่มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี TCIR จะอยู่ที่ 1.0 TCIR หรือต่ำกว่า

 

 

สูตรการคำนวนอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหน ก็ตามเมื่อเราพิจารณาสูตรแล้ว จะเห็นว่า รูปแบบของสูตร จะเป็น ดังนี้

 

อัตราการเกิดอุบัติเหตุ = จำนวนอุบัติเหตุในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ หารด้วย จำนวนพนักงาน

 

หรือไม่ก็

 

จำนวนชั่วโมงการทำงานในช่วงระยะเวลานั้นๆ   x  ตัวเลขๆหนึ่งที่เป็นค่ากลาง เป็นค่า factor มาตรฐานที่เป็นที่นิยมใช้

จะว่าไปแล้ว มองดีๆ สูตรนี้ ก็เปรียบได้กับการหาค่าเป็นเปอร์เซนต์ หรือร้อยละธรรมดาๆ นี่เอง โดยการทำให้เป็นเปอร์เซนต์ หรือร้อยละ นั้น ตัว factor ที่ใช้กัน ก็คือ 100

โดยค่า factor ที่เป็นที่นิยม ใช้ ได้แก่
1. เป็น 1 ล้าน ตามสูตร LTIFR
2. เป็น 2 แสนตามสูตร TCIR

2 แสน เป็นค่ากลาง ที่มีที่มาจากการประมาณการณ์ว่า ในหนึ่งปีจะมีจำนวนชั่วโมงการทำงานเป็นกี่ชั่วโมง โดยคิดที่จำนวนพนักงาน เป็น 100 คน โดยมีการประมาณการณ์ว่า ในหนึ่งปีนั้น จะมีจำนวนสัปดาห์ที่ทำงานเป็น 50 สัปดาห์ โดยในแต่ละสัปดาห์ประมาณการณ์ว่า มีจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์เป็น 40 ชั่วโมง ดังนั้น ในหนึ่งปีจำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมด กรณีพนักงาน 100 คน จึงเป็น = 40x50x100 = 200,000

ส่วน 1 ล้าน นั้น ก็มาจากการประมาณการณ์ จำนวนชั่วโมงการทำงานในหนึ่งปี โดยคิดที่จำนวนพนักงาน 500 คน  = 40x50x500 = 1,00,000

สมมุติให้มีข้อมูลจำนวนพนักงาน เป็น 450 คน   มีอุบัติเหตุประมาณเดือนละ ประมาณ 2-3 ครั้ง ก็ได้อัตราการเกิดอุบัติเหตุ กรณีใช้ 200, 000 เป็น factor ได้ดังนี้

1 เดือน อุบัติเหตุ 3 ราย TCIR ได้ ประมาณ 6-7

3 เดือน อุบัติเหตุ 9 ราย TCIR ได้ ประมาณ 6-7

12 เดือน อุบัติเหตุ 12 ราย TCIR ได้ ประมาณ 6-7

ซึ่งจะเห็นว่า สูตรดังกล่าว ไม่ว่าจะคูณด้วยตัวเลขใดก็ตาม 100, 1000 , 200000 หรือ 1 ล้าน ก็จะใช้คำนวณเป็นเดือนก็ได้ เป็น quarterly ก็ได้ เป็น annually ก็ได้ค่ะ ดังจะเห็นว่า ค่า TCIR นั้น มีค่าเท่ากันในทุกๆ ช่วงเวลา

 

ถ้าต้องการทราบว่า ถ้าจะใช้ 1 ล้าน เป็น factor แล้วจะได้อัตราการเกิดอุบัติเหตุเป็นเท่าไหร่ ก็นับ 5 ไปคูณ 6-7 ก็จะอยู่ที่ประมาณ 30-35 ค่ะ   

 

จากจำนวนพนักงาน 450 ถ้าต้องการให้ TCIR เท่ากับหรือน้อยกว่า 1.0 นั้น จะต้องมีอุบัติเหตุอยู่ที่ไม่เกิน 4-5 รายต่อปี

 

ค่า TCIR เท่ากับหรือน้อยกว่า 1 นั้น เป็นค่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นก็จริง แต่การตั้งเป้าหมายการลดอุบัติเหตุนั้นจะต้องคำนึงถึงสถิติอุบัติเหตุที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย อาจจะเสนอเป็น 5 Years Target ก็ได้นะคะ คืออาจจะค่อยๆ ลดลงในแต่ละปี แล้วเมื่อครบ 5 ปี อัตราการเกิดอุบัติเหตุก็จะให้เป็นเท่ากับหรือน้อยกว่า 1.0 อะไรแบบนี้  ซึ่งเสนอแบบนี้ผู้บริหารก็จะรู้สึกดี ดีตรงที่ว่า เออ...ไม่ใช่ จป. ตอบผู้บริหารว่าทำไม่ได้หรอกปีนี้นะ แล้วก็จบ แต่เราบอกว่าเราทำได้ แต่ขอเวลาหน่อย ขอเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นบุคลิกภาพอย่างหนึ่งที่ จป. ทุกคนควรจะมี นั่นก็คือ ทุกอย่างทำได้ เป็นไปได้ (CAN DO)

การตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุ ก็เหมือนกับการตั้งเป้าหมายเรื่องอื่นๆ ทั่วๆ ไป คือ ต้องตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ในระดับที่มีความเป็นไปได้ การตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุแบบรวดเร็วภายในปีเดียวนั้น สถิติตัวเลขอุบัติเหตุที่แสดงอาจจะแสดงว่าลดได้จริงๆ แต่มันอาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้ และจะไม่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับเดิมได้ในปีถัดไป
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
tudsanai047
Jr. Member
**

พลังน้ำใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 03:02:00 PM »

ขอบคุณมากๆๆครับ.
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Installed by Installatron

bisdakworldgreen design by JV PACO-IN
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.109 วินาที กับ 19 คำสั่ง