สมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจังหวัดสมุทรปราการ
กรกฎาคม 31, 2014, 02:22:51 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จีเอ็มพี (GMP) คืออะไร  (อ่าน 31920 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 10:11:49 AM »

จีเอ็มพี (GMP) คืออะไร
  
          จีเอ็มพี  (GMP  หรือ  Good  Manufacturing  Practice)  เป็นโปรแกรมพื้นฐานที่สำคัญของการจัดทำระบบ  HACCP  (Hazzard  Analysis Critical Control
Point)  จีเอ็มพี  จะเน้นการจัดการด้านสุขลักษณะของบุคคลและสิ่งแวดล้อมของที่ทำการผลิตรวมถึงสถานที่วิธีการผลิตเครื่องมือที่ใช้ในการผลิต  เพื่อที่จะ
ทำให้ขั้นตอนการผลิตอาหาร  มีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคมากขึ้น
  
ชนิดของอันตราย  (Hazzard)  และสาเหตุของการปนเปื้อนในอาหาร  
  
          เมื่อกล่าวถึงอาหารปลอดภัย  หมายความว่าผู้ผลิตจะต้องมีความรู้และความเข้าใจถึงพื้นฐานของสาเหตุของอันตรายที่อาจมีการปนเปื้อนเข้ามาในอาหาร
ได้  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น
  
         1.  อันตรายทางด้านกายภาพ  (Biological  Hazzard)   ได้แก่  เศษไม้  เศษแก้ว  เศษผลผลิต  เศษโลหะหรือวัสดุอื่น ๆ ที่มาจากวัตถุดิบ  เครื่องมือ  หรือการ
แตกหักทางภาชนะ/หลอดไฟ  และตกลงสู่อาหาร
         2.  อันตรายทางเคมี  (Chemical  Hazzard)  ได้แก่  ย่าฆ่าแมลง,  น้ำยาทำความสะอาด  สารเคมีฆ่าเชื้อ  น้ำยาฆ่าเชื้อ  สารพิษที่อาจเกิดขึ้นจากขบวนการ
ทางเคมี  เช่น  สารพิษ  แอลฟาท๊อกซิน  (Alfatoxin)  จากเชื้อราในถั่วลิสง  รวมถึงสารเคมีที่ใช้เติมลงไปในอาหารในปริมาณที่มากเกินกว่ากฎหมายกำหนด
        3.  อันตรายทางด้านชีวภาพ  (Biological  Hazzard)  ได้แก่  แบคทีเรีย  ไวรัสและเชื้อรา  ซึ่งมาจากการปนเปื้อนในวัตถุดิบหรือเครื่องมือที่ไม่สะอาด  และ
การควบคุมการผลิตที่ไม่ดีพอ  รวมถึงการปนเปื้อนระหว่างการขนส่งหรือการปฏิบัติงานของผู้ผลิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

          
        อันตรายที่เกิดจากจุลินทรีย์เป็นสาเหตุหลักมากว่า  80%  ของการปนเปื้อนมาในอาหาร  และก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค  โดยเฉพาะจุลินทรีย์
ที่เกิดจากแบคทีเรีย  เช่น  อีโคไล (E. coli)  ซัลโมเนลลา  (Salmonella)  เป็นต้น
  
จุลินทรีย์กับอาหาร  
        เมื่อกล่าวถึงจุลินทรีย์จะหมายถึงสิ่งมีชีวิตที่มียนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  เช่น  แบคทีเรีย  รา  และไวรัส  จุลินทรีย์มีหลายประเภททั้งชนิดที่มีประโยชน์ 
และชนิดที่ไม่มีประโยชน์หรือทำให้เกิดโทษซึ่งสำหรับทางอาหารแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ จุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค  ส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตได้ที่อุณหภูมิประมาณ 4 - 63 องศา
เซลเซียส  และเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในสภาพนมพร้อมดื่มชนิดพลาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิห้องภายใน 2 - 4 ชั่วโมง  เนื้อหรือนมก็จะเริ่มมีสีและกลิ่นที่ผิดปกติไป  ดังนั้น
การควบคุมจุลินทรีย์ใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร จะคำนึงถึง
         -  อุณหภูมิ
         -  เวลา
         -  ความเป็นกรด - ด่าง (pH)
         -  ความชื้น  เป็นต้น   
       ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์  จากที่กล่าวมาข้างต้นเราสามารถนำความรู้มาประกอบการผลิตอาหารให้มีความปลอดภัยได้  จึงมีการใช้ระบบ 


จีเอ็มพี  (GMP)  มาประยุกต์ใช้เพื่อลดการปนเปื้อนในอาหารซึ่งจะมี  3  แนวทางในการลดการปนเปื้อน
 
 
1.  การลดการปนเปื้อนเบื้องต้น  เช่น  การคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีมาใช้  มีการล้าง/คัดแยกเพื่อเพิ่มความสะอาด  การป้องกันสัตว์และแมลงไม่ให้เข้าไปภายในโรงงาน และการปฏิบัติงานที่ถูกสุขลักษณะ
2.  การลดหรือยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและทำให้อาหารเน่าเสีย  เช่น  การใช้ความร้อน  การแช่เย็น  เป็นต้น

3.  การลดหรือป้องกันการปนเปื้อนหลังการฆ่าเชื้อหรือการผลิต  เช่น  การปนเปื้อนจากภาชนะที่ใส่ สัตว์หรือแมลงที่เข้ามารบกวน  การปนเปื้อนจากผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น
           
               
จีเอ็มพี  (GMP)  สามารถแบ่งเป็น  
           1.  ส่วนของโครงสร้างอาคาร  สถานที่การผลิต  รวมทั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต  ส่วนนี้สำคัญมาก  นับเป็นหัวใจของการจัดทำระบบทีเดียว  ถ้าไม่มีความพร้อม  
ในส่วนนี้  กล่าวคือ  อาคาร  สถานที่การผลิตไม่เหมาะสมไม่ถูกสุขลักษณะ หรือไม่ สามารถป้องกันแมลงและสัตว์นำโรคได้ หรือมีโอกาสปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตรายต่างๆ  
เช่น  มีฝุ่นมาก  น้ำใกล้แหล่งสารพิษ  ก็นับเป็นการยากที่จะจัดทำระบบ จีเอ็มพี  ให้มีประสิทธิภาพได้
           2.  ส่วนของการควบคุมกระบวนการผลิตและจัดทำระบบการปฏิบัติงานให้        สอดคล้องกับส่วนโครงสร้างอาคารการผลิต เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี  มีการล้างทำความสะอาดตามความจำเป็น และเก็บในที่ที่ป้องกันการปนเปื้อนได้  และ     จัดเก็บอย่างมีลำดับก่อนหลังการผลิต การเก็บ  การขนย้าย  หรือขนส่งผลิตภัณฑ์จะต้องทำอย่างเหมาะสม ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันกันปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก หรือ
หากมีการใช้สารเคมีเติมลงไปในอาหารจะต้องมีการควบคุมปริมาณสารเคมีไม่ให้เกินกว่า
ที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้จะต้องมีการจัดทำระบบบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานเพื่อใช้
เป็นข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น
            3.  ส่วนการทำความสะอาดทั้งเครื่องมืออุปกรณ์การผลิตและบุคคล
            เกณฑ์ข้อนี้ใช้เป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมจิลินทรีย์ที่สามารถปนเปื้อนนี้เข้ามาในขบวนการผลิตอาหารได้มาก  เครื่องมืออุปกรณ์การผลิตทั้งหลายควรมีการฆ่าเชื้อ
โดยน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ เช่น  คลอรีน  รวมทั้งการล้างมือในอ่างที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ  เพื่อลดการปนเปื้อนจากการปฏิบัติงาน  มีการสวมถุงมือ  หมวกที่คลุมผม หรือใช้ชุดกันเปื้อนที่
สะอาด  มีการดูแลรักษาสุขภาพ ตลอดจนมีการฝึกอบรม  เพื่อพัฒนาจิตสำนึกและความรู้ในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและเหมาะสม
  
สรุป
 
           จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นว่าจุลินทรีย์สามารถควบคุมหรือลดปริมาณได้ถ้าผู้ทำการผลิตเข้าใจและนำไปปฏิบัติใช้เพื่อจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการปนเปื้อนเข้ามาสู่
อาหารและทำให้ผู้ผลิตสามารถผลิตอาหารมีคุณภาพมาตรฐานและมั่นใจ ถึงความปลอดภัยของอาหาร ต่อผู้บริโภค
  
  
เอกสารอ้างอิง
สุวิมล  กีรติพิบูล  2546  ระบบป้องกันคุณภาพด้านความปลอดภัยของอาหาร  HACCP  สำนักพิมพ์ สสท (สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย ญี่ปุ่น)  กทม.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2545  การปฏิบัติใช้หลักเกณฑ์  GMP กฎหมายในการผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์  สำนักงานกิจการ โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์
            ทหารผ่านศึก
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  2546  แนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี (จีเอ็มพี)  สำนักงานกิจการ โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
  
ที่มา;http://www.thaidairy.org/GMP.htm
 
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 10:13:57 AM »

GMP คืออะไร
April 17th, 2010 Goto comments Leave a comment GMP คืออะไร
Good Manufacturing Practice (GMP) หมายถึง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหารเป็นเกณฑ์หรือข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและควบคุมเพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นการป้องกันและขจัดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้อาหารเป็นพิษเป็นอันตรายหรือเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค GMP มี 2 ประเภทดังนี้
- GMP สุขลักษณะทั่วไป หรือ General GMP เป็นหลักเกณฑ์ที่นำไปใช้ปฏิบัติสำหรับอาหารทุกประเภท
- GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ หรือ Specific GMP เป็นข้อกำหนดที่เพิ่มเติมจาก GMP ทั่วไปเพื่อมุ่งเน้นในเรื่องความเสี่ยง และความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะมากยิ่งขึ้น
หลักการของระบบ GMP
หลักการของ GMP จะครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคารระบบการผลิตที่ดีมีความปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการผลิตระบบควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบระหว่างการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปการจัดเก็บการควบคุมคุณภาพและการขนส่งจนถึงผู้บริโภค มีระบบบันทึกข้อมูล ตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์รวมถึงระบบการจัดการที่ดีในเรื่องสุขอนามัย (Sanitation และHygiene) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายมีคุณภาพและความปลอดภัยเป็นที่มั่นใจเมื่อถึงมือผู้บริโภค ทั้งนี้ GMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพขั้นพื้นฐานก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่นๆต่อไปเช่นระบบ HACCP (Hazards Analysis and Critical Control Points) และ ISO 9000 อีกด้วย

 

GMP ในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นับเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการตรวจรับรองระบบ GMP อาหารในประเทศไทย รวมทั้งมีหน้าที่ในการตรวจติดตามการปฏิบัติของผู้ประกอบการอาหารและน้ำดื่มไทย ให้มีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับ GMP ที่บังคับใช้ตามกฎหมาย

ระบบ GMP อาหารเข้ามาในประเทศ และเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 และตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการเกี่ยวกับระบบ GMP ดังนี้ เริ่มจากการอบรมทั้งกับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้เข้าใจหลักการของระบบ จัดทำโครงการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารประเภทต่างๆสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้นำระบบ GMP มาใช้พัฒนาสถานที่ผลิตอาหารของประเทศเป็นครั้งแรกในลักษณะส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารแก่ผู้ประกอบการแบบสมัครใจภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่6 และตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการในเรื่องนี้เป็นขั้นตอนตามลำดับกล่าวคือ เริ่มจากจัดทำโครงการฯเสนอเพื่อให้สภาวิจัยฯให้ความเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ GMP ของประเทศต่างๆโดยจัดลำดับความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีต่อการบริโภคและต่อเศรษฐกิจของประเทศเช่นน้ำบริโภคเครื่องดื่มนมพร้อมดื่มและอาหารกระป๋องเป็นต้น จัดการฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้เข้าใจในหลักการของระบบ นอกจากนั้นมีการตรวจสอบก่อนและหลังการอบรมให้ความรู้พร้อมทั้งมีการประเมินผลและออกใบเกียรติบัตรให้เพื่อเป็นแรงจูงใจซึ่งการดำเนินการครั้งนั้นทั้งหมดเพื่อประเมินและกระตุ้นผู้ประกอบการให้มีความสนใจที่จะพัฒนาสถานที่ผลิตเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นในปี 2535 เป็นต้นมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยกองควบคุมอาหารได้มีมาตรการให้การรับรองระบบ GMP (Certificate GMP) แก่ผู้ประกอบการในลักษณะสมัครใจ

 

การบังคับใช้ GMP ตามกฎหมาย
GMP ที่นำมาเป็นมาตรการบังคับใช้เป็นกฎหมายนั้นได้นำแนวทางข้อกำหนดของ Codex มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสากล แต่มีการปรับในรายละเอียดบางประเด็นหรือปรับให้ง่ายขึ้น (Simplify) เพื่อให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ผลิตอาหารภายในประเทศให้สามารถปฏิบัติได้จริง แต่ยังมีข้อกำหนดที่เป็นหลักการที่สำคัญเหมือนกับของ Codex แต่สามารถนำไปใช้ได้กับสถานประกอบการทุกขนาดทุกประเภททุกผลิตภัณฑ์ตามสภาพการณ์ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนามาตรฐานสูงขึ้นมาจากหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐาน (Minimum Requirement) ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาใช้ในการพิจารณาอนุญาตผลิตจึงเป็นเกณฑ์ซึ่งทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รู้จักคุ้นเคยกันดีและปฏิบัติกันอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องมีการปฏิบัติในรายละเอียดบางประเด็นที่เคร่งครัดและจริงจังมากขึ้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า GMP สุขลักษณะทั่วไปนี้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติตามได้จริงในทางปฏิบัติ ในขณะที่กฎระเบียบข้อบังคับหลักการสำคัญยังมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล

สำหรับGMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specific GMP) นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้กำหนดให้น้ำบริโภคเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดแรกที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามGMP เฉพาะเนื่องจากการผลิตมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและลงทุนไม่สูง รวมทั้งผู้ประกอบการน้ำดื่มในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศในปี 2546 มีประมาณ 4,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการรายย่อยมีการผลิตโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคทำให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนเชื่อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการและหาวิธีการแก้ไขและป้องกันในเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งนี้จะเน้นการควบคุมสถานที่และกระบวนการผลิต โดยใช้หลักการ GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์เข้ามาเป็นหลักเกณฑ์บังคับทางกฎหมาย เพื่อให้ผู้ผลิตน้ำบริโภคมีความตระหนัก มีการควบคุมตรวจสอบและเห็นความสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ หลักการของ GMP น้ำบริโภคที่ไทยบังคับใช้เป็นกฎหมายนั้นจะใช้แนวทางของกฎหมายอเมริกาที่กำหนดอยู่ใน Code of Federal Regulation title ที่ 21 Part 129 Processing and botting of bottled drinking water และมาตรฐานสากล Codex (Code of Hyfiene for Bottled/Packaged Drinking Waters) ซึ่งสอดคล้องกับGMP สุขลักษณะทั่วไป โดยมีการขยายเนื้อหาในหมวดที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องของผลิตภัณฑ์น้ำบริโภคเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมได้ครบถ้วนทุกจุดของการผลิตมากยิ่งขึ้น

 GMP กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้สำหรับผู้ผลิตอาหารรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544 ส่วนรายเก่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2546

ข้อกำหนด GMP สุขลักษณะทั่วไป
ข้อกำหนด GMP สุขลักษณะทั่วไปมี 6 ข้อกำหนดดังนี้
1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
2. เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
3. การควบคุมกระบวนการผลิต
4. การสุขาภิบาล
5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
6. บุคลากรและสุขลักษณะ

ในแต่ละข้อกำหนดมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ผลิตมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนอันตรายทั้งทางด้านจุลินทรีย์เคมีและกายภาพ ลงสู่ผลิตภัณฑ์ซึ่งอาจมาจากสิ่งแวดล้อมตัวอาคารเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนการผลิตรวมถึงการจัดการในด้านสุขอนามัยทั้งในส่วนของความสะอาดการบำรุงรักษาและผู้ปฏิบัติงาน

ข้อกำหนด GMP น้ำบริโภค
ข้อกำหนด GMP น้ำบริโภคมี 11 ข้อกำหนด ดังนี้
1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
2. เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
3. แหล่งน้ำ
4. การปรับคุณภาพน้ำ
5. ภาชนะบรรจุ
6. สารทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
7. การบรรจุ
8. การควบคุมคุณภาพมาตรฐาน
9. การสุขาภิบาล
10. บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน
11. บันทึกและรายงาน
สำหรับวัตถุประสงค์ในแต่ละข้อกำหนดนั้นเช่นเดียวกับ GMP ของสุขลักษณะทั่วไป แต่ GMP น้ำบริโภคนั้นจะเน้นประเด็นการควบคุมกระบวนการการผลิตน้ำบริโภคโดยขยายรายละเอียดในการควบคุมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนชัดเจนยิ่งขึ้น ตั้งแต่ข้อ 3-8 ซึ่งเป็นขั้นตอนในการผลิตและมีการเพิ่มเติมในส่วนของบันทึกและรายงานเพื่อให้ผู้ผลิตเห็นความสำคัญและประโยชน์ในการเก็บข้อมูลรายงานบันทึกที่เกี่ยวข้องเช่นผลวิเคราะห์แหล่งน้ำและผลิตภัณฑ์เป็นต้นซึ่งจะช่วยป้องกันหรือแก้ไขเมื่อเกิดปัญหากับผลิตภัณฑ์ได้

บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:18:03 PM »

เอามาฝากนะครับ
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:22:04 PM »

เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต (จี.เอ็ม.พี)
อุปกรณ์ที่สัมผัสกับอาหาร

ควรทำจากวัสดุี่ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เป็นพิษ ไม่เป็นสนิม แข็งแรง ทนทาน มีผิวสัมผัสและรอยเชื่อมเรียบเพื่อง่ายในการทำความสะอาด ไม่กัดกร่อน และไม่ควรทำด้วยไม้ (เนื่องจากไม้จะเกิดการเปียกชื้นและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา)

จำนวนเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์

ต้องมีอย่างเพียงพอ และเหมาะสมต่อการปฏิบัิติงานในแต่ละประเภท เพื่อไม่ให้เกิดการล่าช้าในการผลิต อันอาจทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตจนทำให้อาหารเน่าเสียได้

การแบ่งประเภทของภาชนะที่ใช้

ควรแยกภาชนะสำหรับใส่อาหาร ใส่ขยะหรือของเสีย สารเคมีและสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร ออกจากกันอย่างชัดเจน

การจัดเก็บ

อุปกรณ์ที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว ควรแยกเก็บเป็นสัดส่วน อยู่ในสภาพที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีโอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกอื่นๆ

การออกแบบและการติดตั้ง

ต้องคำนึงถึงการป้องกันการปนเปื้อนและใช้งานได้สะดวก

- อุปกรณ์ที่ใช้ในการให้ความร้อนควรสามารถเพิ่มหรือลดอุณหภูมิได้ตามต้องการและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิที่มีความเที่ยงตรงด้วย
- ไม่วางเครื่องจักรติดกับผนัง เพื่อให้ง่ายในการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง และสะดวกต่อการตรวจสอบสภาพเครื่องจักร
- โต๊ะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตต้องมีความสูงที่เหมาะสม
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:23:21 PM »

สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต จี.เอ็ม.พี
.1 ที่ตั้งและสิ่งแวดล้อม จะต้องอยู่ในที่ไม่ก่อเกิดการปนเปื้อนได้ง่าย โดยสถานที่ตั้งตัวอาคารและบริเวณโดยรอบจะต้องสะอาด หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสก่อให้เกิดการปนเปื้อนกับอาหาร เช่น แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ แมลง กองขยะ คอก ปศุสัตว์ บริเวณที่มีฝุ่นมาก และไม่ควรใกล้แหล่งมีพิษ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ผู้ผลิตจะต้องมีมาตรการควบคุมป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอกเข้าสู่บริเวณผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีขนาดเหมาะสม มีการออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่ง่ายแก่การบำรุงสภาพ รักษาความสะอาด และสะดวกในการปฏิบัติงาน โดย

บริเวณการผลิต

- ต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับที่อยู่อาศัย หรือที่ผลิตยา เครื่องสำอาง และวัตถุมีพิษ
- จัดให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนการผลิต และแบ่งแยกพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามจากวัตถุดิบ สู่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
- ไม่มีสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว หรือไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตอยู่ในบริเวณผลิต
- บริเวณเก็บวัตถุดิบ ภาชนะบรรจุ และสารเคมีต้องเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน มีชั้นหรือยกพื้นสูงเพื่อจัดวางอย่างเพียงพอ และไม่วางชิดผนัง

พื้น ฝาผนัง และเพดาน

ต้องทำด้วยสัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ชำรุด ผิวเรียบไม่ดูดซับน้ำ พื้นมีความลาดเอียงสู่ทางระบายน้ำ และมีการระบายน้ำได้ดี

ระบบระบายอากาศและแสงสว่าง

- ควรมีการระบายอากาศอย่างเพียงพอเพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากความชื้น หรือฝุ่นละอองจากการผลิต
- ควรจัดการให้มีแสงสว่างเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน การติดตั้งหลอดไฟ ควรมีฝาครอบใต้หลอดไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษแก้วจากหลอดไฟตกลงสู่อาหารที่ำกำลังผลิต หรือขนส่ง

การป้องกันสัตว์และแมลง

สำหรับช่องเปิดเข้าสู่อาคาร เช่น หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ ควรมีการติดตั้งมุ้งลวดหรือตาข่าย (ที่สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย) และทางเข้าออกอาคารผลิตควรมีประตู หรือม่านพลาสติกที่ปิดสนิท ไม่มีช่องว่างที่ขอบประตูทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อป้องกันสัตว์และแมลงเข้าสู่อาคารผลิต
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:24:42 PM »

เครื่องหมาย อย. ที่อยู่บนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปนั้น ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ อาหารที่จะได้รับ อย. นั้น ส่วนใหญ่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ ความเหมาะสมของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต การควบคุมกระบวนการผลิต การสุขาภิบาลโรงงาน การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด และบุคลากรในการผลิต นั่นคือ เป็นไปตามเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร หรือ จี.เอ็ม.พี (Good Manufacturing Practice) นั่นเอง นอกจากนั้น ต้องผ่านการตรวจสอบในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ การแสดงข้อมูลว่าครบถ้วน ไม่แอบอ้าง หลอกลวง

บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:26:10 PM »

จี เอ็ม พี บทพิสูจน์จากนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลก
ความหมายของ จี เอ็ม พี (GMP)

หน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ โคเด็กซ์ ( CODEX) ได้เห็นความสำคัญของความปลอดภัยของอาหาร จึงได้จัดทำหลักเกณฑ์ จี เอ็ม พี ขึ้นมาซึ่งในที่นี้เรียก จี เอ็ม พี สากล ให้สามาิชิกทั่วโลกใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทั่วโลก จี เอ็ม พี เป็นหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร มาจากภาษาอังกฤษที่ว่า General Principles of Food Hygiene หรือเดิมที่เรารู้จักกันในนาม Good Manufacturing Practice ซึ่งเป็นเกณฑ์หรือข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตและการควบคุม เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตามและทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย

เกณฑ์ดังกล่าวมาจากการทดลองปฏิบัติและพิสูจน์แล้ว จากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า ถ้าสามารถผลิตอาหารได้ตามเกณฑ์นี้จะทำให้อาหารนั้นเกิดความปลอดภัยและเป็นที่เชื่อถือและยอมรับจากผู้บริโภค
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:27:41 PM »

การสุขาภิบาล จี.เอ็ม.พี
เป็นเกณฑ์สำหรับสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานทั้งลาย เช่น น้ำใช้ ห้องน้ำห้องส้วม อ่างล้างมือ การป้องกันและกำจัดสัตว์และแมลง ระบบกำจัดขยะมูลฝอย และทางระบายน้ำทิ้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมให้สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต และการควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

น้ำที่ใช้ภายในโรงงาน

ต้องเป็นน้ำสะอาด มีการปรับคุณภาพน้ำตามความจำเป็น น้ำที่ใช้ล้างพื้นโต๊ะ หรือ เครื่องมือควรมีการฆ่าเชื้อโดยการเติมคลอรีน

อ่างล้างมือหน้าทางเข้าบริเวณผลิต

ต้องมีจำนวนเพียงพอ มีสบู่เหลวสำหรับล้างมือ และน้ำยาฆ่าเชื้อมือกรณีที่จำเป็น รวมทั้งมีอุปกรณ์ทำให้มือแห้งอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น กระดาษ ที่เป่าลมร้อน และจัดให้มีอ่างล้างมือในบริเวณผลิตตามความเหมาะสม

ห้องน้ำ ห้องส้วม และอ่างล้างมือหน้าห้องส้วม

ต้องสะอาดถูกสุขลักษณะ มีการติดตั้งอ่างล้างมือและสบู่เหลว อุปกรณ์ทำให้มือแห้ง ต้องแยกจากบริเวณที่ผลิตโดยตรง และต้องมีจำนวนเพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงาน

การป้องกันและกำจัดสัตว์และแมลง

มีมาตรการป้องกันกำจัดหนู แมลง และสัตว์พาหะอื่นๆ เช่น การวางกับดักหรือกาวดักหนู แมลงสาบ เป็นต้น นอกจากนี้หากมีการใช้สารฆ่าแมลงในบริเวณผลิตจะต้องคำนึงถึงโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการปนเปื้อนในอาหารด้วย

ระบบกำจัดขยะมูลฝอย

จัดให้มีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยที่มีฝาปิดในจำนวนที่เพียงพอ และเหมาะสม และมีระบบกำจัดขยะออกจากสถานที่ผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต

ทางระบายน้ำทิ้ง

ต้องมีอุปกรณ์ดักเศษอาหารอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการอุดตัน และการปนเปื้อนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร หรือดักสัตว์พาหะ ที่อาจเข้าสู่บริเวณผลิต

บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:38:47 PM »

บทสัมภาษณ์ “จีเอ็มพี …… ก้าวแรกแห่งมาตรฐานอาหารสากล”

1. ถาม;  สาเหตุที่ต้องร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา
  

 คำตอบ
 GMP หรือ Good Manufacturing Practice หรือภาษาไทยเราเรียกว่า หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต คือ ข้อกำหนดขั้นพื้นฐานในการผลิตเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถควบคุม ตรวจสอบ ระมัดระวัง ตั้งแต่ในเรื่องอาคารสถานที่ เครื่องจักร อุปกรณ์ กระบวนการผลิต การสุขาภิบาล การทำความสะอาด รวมทั้งสุขลักษณะคนงาน เพื่อให้สินค้าอาหารที่ผลิตมีคุณภาพและความปลอดภัยสม่ำเสมอ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้ผลิตอาหารในบ้านเรา เพราะ อย. ดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลานานพอ

สมควร แต่เป็นในลักษณะของความสมัครใจ (Voluntary) ตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก ส่วนสาเหตุที่ขณะนี้ อย. ต้องกำหนด GMP เป็นมาตรการตามกฎหมาย เพราะปัจจัยหลัก ๆ 2 ประการ คือ

1. กระแสความต้องการของภาคประชาชน รวมทั้งภาคเศรษฐกิจ ได้ผลักดันให้ภาครัฐต้องเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลความปลอดภัยของอาหารเพิ่มมากขึ้น

2. กระแสการค้าโลกและระเบียบของโลกที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งไทยเป็นประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ทำให้ประเทศไทยต้องยึดหลักการของสากลในเรื่องของความปลอดภัยของอาหาร เพื่อลดการกีดกัน

ทางการค้าและเพื่อความเป็นธรรมระหว่างประเทศสมาชิก
 
2.
 คำถาม: ความสำคัญของ GMP ต่อการส่งออกและกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ได้เมื่อไร
 
 คำตอบ
 GMP จะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล สร้างความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้ามากขึ้น ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้ภายในต้นปี 2544
 
3 คำถาม: ผลระยะยาวจะมีการสร้างกฎหมายฉบับอื่นอีกหรือไม่ เช่น HACCP เพื่อให้โรงงาน
ทุกโรงมีมาตรฐานอาหารสากลพร้อมกัน

 
 
 คำตอบ
 GMP ที่จะบังคับใช้เป็นกฎหมายนี้เป็น GMP สุขลักษณะทั่วไปที่ใช้กับอาหารเกือบทุกประเภท (57 ประเภท) และกำลังจะมี GMP น้ำบริโภค ซึ่งถือว่าเป็น GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์จะตามออกมาไล่เรี่ยกัน และในอนาคตอันใกล้นี้จะมี GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มเสี่ยง เช่น นม อาหารกระป๋อง เป็นต้น และจะให้ครอบคลุมอาหารทุกประเภทในไม่ช้านี้ ซึ่งรวมถึงระบบ HACCP เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการของโลกและกระแสความต้องการความปลอดภัยของผู้บริโภค
 
4. คำถาม: กฎหมายตัวนี้จะเป็นการสร้างมาตรการป้องกันการกีดกันทางการค้ากับประเทศผู้นำเข้าหรือไม่อย่างไร
 
 
 คำตอบ
 การกำหนด GMP ครั้งนี้จะเป็นการปรับยกระดับพื้นฐานการผลิตอาหารให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน ให้สอดคล้องกับสากล ซึ่งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก จะต้องดำเนินการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในอนาคตอันใกล้นี้ (แม้ยังไม่ได้ในระดับ Codex ในขณะนี้ แต่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยอิงหลักการของ Codex) ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะสามารถปรับปรุงระบบการผลิตให้อยู่ในแนวทางสากล อันจะทำให้สามารถแข่งขันกับตลาดนอกประเทศได้มากขึ้น ในระยะต่อไปเมื่อสามารถกำหนดเกณฑ์บังคับได้เท่ากับสากลทั้งหมด ก็เป็นแนวทางสำคัญที่จะสามารถป้องกันการกีดกันทางการค้ากับประเทศผู้นำเข้าอาหารได้
 
 
 หมายเหตุ
 อนึ่ง : ตามกติกา CCFICS และ SPS Agreement กำหนดไว้ว่า ประเทศใดจะได้รับการยอมรับว่าผลิตอาหารที่ปลอดภัยและยอมรับโดยสากล คือ จะต้องนำมาตรฐานของหน่วยงานระหว่างประเทศไปใช้ทั้งหมด
 
Client : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
 Campaign : โครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก
 Medium : บทความประชาสัมพันธ์ ประเด็นข่าวสารเชิงรุก
 
 "GMP วันนี้ไม่รู้... ไม่ได้แล้ว"
 :
 GMP (จีเอ็มพี) ตัวอักษร 3 ตัวนี้ บางคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง แต่เชื่อว่ามีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย แต่แท้จริงแล้วต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ทุกคน จะเริ่มคุ้นเคย เพราะจะมีกฎหมายบังคับให้ผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ต้องมีการผลิต โดยผ่านหลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) ...เรามารู้จัก GMP (จีเอ็มพี) ให้มากขึ้นจาก นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
 
ถาม : ขอให้ท่านขยายความถึงความหมายของ GMP (จีเอ็มพี)
 
ตอบ
 :
 GMP (จีเอ็มพี) ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice ก็คือหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตนั่นเอง ในไม่ช้านี้ผู้ประกอบการผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายทุกประเภท จะต้องนำหลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) มาใช้ในการผลิตอาหาร ซึ่งแต่เดิมไม่มีการนำหลักเกณฑ์มาใช้ในลักษณะบังคับเป็นข้อกฎหมาย มีเพียงผู้ประกอบการที่สมัครใจนำไปปฏิบัติ ตามโครงการพัฒนาสถานที่ผลิตที่ อย. ได้ดำเนินการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เท่านั้น แต่ต่อไปจะเป็นกฎหมายใช้บังคับ
 
ถาม : GMP (จีเอ็มพี) มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง ?
 

ตอบ :
 หลักเกณฑ์ของ GMP (จีเอ็มพี) จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการควบคุมในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตอย่างละเอียด ตั้งแต่สถานที่ตั้ง อาการที่ผลิต เครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต กระบวนการผลิต การสุขาภิบาล การบำรุงรักษา การทำความสะอาด ตลอดจนสุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้อาหารที่ผลิตมีความปลอดภัยและมีคุณภาพมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น
 
ถาม : ถ้านำหลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) มาใช้ในการผลิตอาหารแล้ว จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
 
ตอบ : ตอบได้เป็นประเด็นใหญ่ ๆ 2 ข้อ คือ

ด้านของผู้บริโภค : แน่นอนผู้บริโภคย่อมได้ผลประโยชน์จากการได้รับอาหารที่มี ความปลอดภัยยิ่งขึ้น สามารถลดและขจัดโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนในอาหาร
ด้านของผู้ประกอบการ : จะช่วยให้มีระบบการจัดการด้านคุณภาพและความปลอดภัย ที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ทำให้สินค้าที่ผลิตมีคุณภาพและปลอดภัยสม่ำเสมอ และในการส่งออกก็จะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งองค์การการค้าโลก (WTO) มีข้อกำหนดอย่างชัดเจนในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากล ตรงนี้ถือเป็นประโยชน์ของผู้ประกอบการเองด้วย
 
ถาม : หลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) ที่ประเทศไทยนำมาใช้เป็นอย่างไร ?
ตอบ : ในขั้นแรกนี้ GMP (จีเอ็มพี) ที่เรานำมาเป็นเกณฑ์นั้น จะเป็นแบบที่ประยุกต์มาจาก หลักเกณฑ์ของมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ "codex" (โคเด็กซ์) ที่สามารถปฏิบัติได้ ทั้งผู้ผลิตขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก และสำหรับโรงงาน หรือผู้ผลิตขนาดใหญ่ที่มีการนำหลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) ไปปฏิบัติอยู่แล้ว อย. ก็จะสนับสนุนให้พัฒนาสู่ระบบการประกันคุณภาพที่สูงขึ้น ได้แก่ HACCP (เอชเอซีซีพี) ซึ่งย่อมาจาก Hazard Analysis Critical Control Point หรือหลักการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้อง ควบคุม ซึ่ง HACCP (เอชเอซีซีพี) คือ ระบบประกันคุณภาพของอาหารที่เน้นในด้านความปลอดภัย ใช้ป้องกัน ขจัด หรือลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในกระบวนการผลิต เช่น อันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ อาทิ เศษแก้ว เศษโลหะ เป็นต้น ระบบ HACCP (เอชเอซีซีพี) จึงเป็นมาตรฐานสากลที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ผลิตและผู้บริโภค เพราะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก
 
ถาม : การใช้ GMP (จีเอ็มพี) เป็นหลักเกณฑ์ในการผลิตอาหาร จะมีกฎหมายบังคับใช้เมื่อไร ?
 

ตอบ :
 จะมีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ เรากำหนดว่า ผู้ที่ขออนุญาตประกอบการผลิตอาหารรายใหม่ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) ทันที หลังจาก 180 วัน นับจากวันที่มีผลบังคับใช้ ส่วนผู้ผลิตรายเก่าจะให้เวลาพัฒนา ปรับปรุงกระบวนการผลิตเป็นเวลา 2 ปี
 
BOLD  : การใช้หลักเกณฑ์ GMP (จีเอ็มพี) ในการผลิตอาหารนับเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคอย่างแน่นอน นอกจากผู้บริโภคจะสามารถมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร แล้วยังมีผลส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญก็คือทำให้สามารถส่งออกเพิ่มขึ้น นำรายได้เข้าประเทศเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติอีกทางหนึ่ง
 
Baseline : หากพบปัญหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร้องเรียนที่โทร. 590-7354-5

หรือสายด่วน ผู้บริโภค 1556 กดต่อ 1005 และตู้ ปณ. 52 ปณจ. นนทบุรี 11000

สำหรับต่างจังหวัดแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
 
คุ้มครอง ห่วงใย ใส่ใจคุณภาพ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

กระทรวงสาธารณสุข
 
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 10:56:10 PM »

การผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี (จี.เอ็ม.พี)
การผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี (จี.เอ็ม.พี )

 อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ เพราะอาหารเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เรามีชีวิตอยู่ได้ ถ้าอาหารดีได้มาตรฐานและปลอดภัยเมื่อ บริโภคเข้าไปร่างกายมนุษย์จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากอาหารนั้น แต่ถ้าอาหารไม่ดี ไม่ปลอดภัยก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ได้ หนทางหนึ่งที่จะเป็นการเพิ่มมาตรฐานของอาหารและเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในการผลิตอาหาร นั่นคือ การนำเอาหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการ-ผลิต หรือ GMP (Good Manufacturing Practice) มาใช้ในการผลิตอาหาร ซึ่งนับว่าเป็นการยกระดับมาตร ฐานการผลิตและมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น และผลสุดท้ายจะตกอยู่กับผู้บริโภค เพราะจะทำให้ ผู้บริโภคได้บริโภค อาหารที่มีคุณค่า สมประโยชน์ และมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น

ความหมายของ จี.เอ็ม.พี

 GMP (Good Manufacturing Practice) หมายถึง หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นเกณฑ์หรือข้อกำหนดขั้นพื้นฐานที่จำ เป็นในการผลิตและควบคุม เพื่อให้ผู้ผลิตปฏิบัติตาม และทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย โดยเน้นการป้องกันและขจัดความ เสี่ยงใด ๆ ที่จะทำให้อาหารเป็นพิษ เป็นอันตรายหรือเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค โดยครอบคลุมปัจจัยทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่โครงสร้างอาคารขั้นพื้นฐาน ระบบการผลิตที่ดี กระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยและมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้ง แต่เริ่มต้นวางแผนการผลิต ระบบควบคุม บันทึกข้อมูล ตรวจสอบ และติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมั่นใจ และ GMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะนำไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่น ๆ ที่สูงกว่าต่อไป เช่น HACCP (Hazards Analysis and Critical Control Points) และ ISO 9000 อีกด้วย เกณฑ์ดังกล่าวมาจากการทดลองปฏิบัติและพิสูจน์แล้วจากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า ถ้าสามารถผลิตอาหารได้ตามเกณฑ์นี้ จะทำให้อาหารนั้นเกิดความปลอดภัยและเป็นที่เชื่อถือยอมรับจากผู้บริโภค

 ลักษณะของเกณฑ์ที่นำมาใช้บังคับ

 GMP ที่จะนำมาเป็นมาตรการบังคับใช้นี้ยึดตามแนวทางข้อบังคับซึ่งเป็นที่ยอมรับของสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐาน Codex (Codex Standard) แต่มีการปรับให้ง่ายขึ้น เพื่อสามารถปฏิบัติได้จริงสำหรับประเทศไทย โดยคำนึงถึงความพร้อมของผู้ผลิตใน ประเทศไทย ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความรู้ เงินทุนและเวลา เพื่อให้ผู้ผลิตทุกระดับโดยเฉพาะขนาดกลางและเล็ก ซึ่งมีจำนวนมาก สามารถ ปรับปรุง และปฏิบัติได้ตามเกณฑ์ และเป็นข้อกำหนดแนวกว้างที่สามารถประยุกต์ใช้กับอาหารทุกชนิด ซึ่งในตอนแรกจะบังคับใช้กับ อาหาร 54 ชนิด แต่ในอนาคตจะประกาศเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมอาหารทุกชนิด และสำหรับกรณีของอาหารกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่มีปัญหา เฉพาะที่สำคัญ จะมีการออกข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์นั้นขึ้น เช่น GMP น้ำบริโภค ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดที่ครอบคลุมและเคร่งครัดชัดเจนขึ้น เพื่อลดและขจัดความเสี่ยง ทำให้เกิดความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้ ยังคงสอดคล้องตามแนวทางของหน่วยงานมาตรฐานระหว่างประเทศเพื่อไม่ให้ขัดกับหลักสากลด้วย

 ประเภทอาหารที่ถูกบังคับให้ใช้ จี.เอ็ม.พี

อาหารดังต่อไปนี้ เป็นอาหารที่กำหนดให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ.2543 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2544 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศ กระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193)พ.ศ.2543

อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็ก
อาหารเสริมสำหรับทารกและเด็กเล็ก
นมดัดแปลงสำหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสำหรับทารกและเด็กเล็ก
น้ำแข็ง
น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
นมโค
นมเปรี้ยว
ไอศกรีม
นมปรุงแต่ง
ผลิตภัณฑ์ของนม
วัตถุเจือปนอาหาร
สีผสมอาหาร
วัตถุที่ใช้ปรุงแต่งรสอาหาร
โซเดียมซัยคลาเมตและอาหารที่มีโซเดียมซัยคลาเมต
อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
ชา
กาแฟ
น้ำปลา
น้ำแร่ธรรมชาติ
น้ำส้มสายชู
น้ำมันและไขมัน
น้ำมันถั่วลิสง
ครีม
น้ำมันเนย
เนย
เนยแข็ง
กี
เนยเทียม
อาหารกึ่งสำเร็จรูป
ซอสบางชนิด
น้ำมันปาล์ม
น้ำมันมะพร้าว
เครื่องดื่มเกลือแร่
น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท (ยกเว้นที่มีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าลักษณะเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน)
ช็อกโกแลต
แยม เยลลี มาร์มาเลด ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
อาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ
ไข่เยี่ยวม้า
รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี
ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง
น้ำผึ้ง (ยกเว้นที่มีสถานที่ผลิตที่ไม่เข้าลักษณะเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน)
ข้าวเติมวิตามิน
แป้งข้าวกล้อง
น้ำเกลือปรุงอาหาร
ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
ขนมปัง
หมากฝรั่งและลูกอม
วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี
ผลิตภัณฑ์กระเทียม
ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
วัตถุแต่งกลิ่นรส
อาหารแช่เยือกแข็งที่ได้ผ่านการเตรียม (prepared) และหรือการแปรรูป (processed)
 ข้อกำหนดหลักเกณฑ์ จี.เอ็ม.พี.

 ข้อกำหนด GMP ที่จะเป็นเกณฑ์บังคับใช้เป็นการปรับปรุงระบบการควบคุมความปลอดภัยที่ผู้ผลิตอาหารจะต้องปฏิบัติตาม โดยจะต้องดำเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในโรงงานผลิต การปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาล หลักสุขอนามัยและความสะอาดทั้งในการผลิต และบุคลากรในสายงานผลิตด้วย โดยให้ตระหนักถึงความสะอาด ปลอดภัย มีระเบียบวินัย เพื่อสร้างสุขลักษณะที่ดีในการผลิตเป็นสำคัญ วิธีการผลิตอาหารจะต้องมีการกำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ซึ่งการดำเนินการดัง กล่าวนั้นผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 สถานที่ตั้งและอาคารผลิต

 สถานที่ตั้งตัวอาคารและที่ใกล้เคียง ต้องอยู่ในที่ที่จะไม่ทำให้อาหารที่ผลิตเกิดการ ปนเปื้อนได้ง่าย โดย บริเวณโดยรอบจะ ต้องสะอาด หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาส ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกับอาหาร เช่น แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ แมลง กองขยะ บริเวณที่มีฝุ่น มาก บริเวณน้ำท่วมขังแฉะสกปรก และไม่ควรใกล้แหล่งมีพิษ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ผลิตจะต้องมีมาตรการป้องกันการ ปนเปื้อนจากภายนอกเข้าสู่บริเวณผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
            อาคารผลิตมีขนาดเหมาะสม มีการออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่ง่ายแก่การบำรุงสภาพ รักษาความสะอาด และสะดวก ในการปฏิบัติงาน โดย การก่อสร้างที่คงทน ทำความสะอาดและซ่อมแซมให้อยู่สภาพที่ดี แยกบริเวณผลิตอาหารและที่อยู่อาศัยเป็น สัดส่วน มีมาตรการป้องกันสัตว์และแมลงไม่ให้เข้าในบริเวณอาคารผลิต มีการจัดสัดส่วนบริเวณเป็นไปตามสายงานผลิต และระบบ แสงและการระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอ เป็นต้น

เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต

 เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต ต้องเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน รวมทั้งการออกแบบติดตั้งง่ายแก่การทำความสะอาด ป้องกันการปนเปื้อน และความสมประโยชน์จากเครื่องมืออุปกรณ์เหล่านั้น

 การควบคุมกระบวนการผลิต

 การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องมีการควบคุมความปลอดภัยทั้งในด้านวัตถุดิบ ขั้นตอนระหว่างการผลิต ภาชนะวัสดุที่ใช้น้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำในกระบวนการผลิตที่สัมผัสกับอาหารต้องมีคุณภาพ มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนการจัดทำบันทึกรายงาน เป็นต้น

การสุขาภิบาล

 มีการจัดเตรียมและออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสถานประกอบการให้เป็นไปตามหลักสุขาภิบาลที่ดี เช่น การจัดเตรียมน้ำใช้ ห้องน้ำ ห้องส้วม อ่างล้างมือหน้า ห้องส้วม อุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม เช่น สบู่ ผ้าเช็ด มือ โดยจัดเตรียมในปริมาณที่เพียงพอกับ ผู้ปฏิบัติการ สะอาดถูกสุขลักษณะ และที่สำคัญต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ รวมทั้งการดำเนินการด้านระบบป้องกัน และกำจัดสัตว์และแมลง ระบบกำจัดขยะและระบบระบายน้ำตามความเหมาะสม เป็นต้น

 การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

  การจัดการดูแลรักษา และระบบทำความสะอาด เพื่อให้อาคารสถานที่ อุปกรณ์ในการผลิต ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องทั้งก่อนและหลังการผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ถูกสุขลักษณะโดยสม่ำเสมอ รวมทั้งการบำรุงรักษาปัจจัย การผลิตต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

บุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน

  ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตต้องไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคน่ารังเกียจตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง หรือมีบาดแผลอันอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ มีมาตรการควบคุมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกคนในขณะดำเนินการผลิต และมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหารให้ปฏิบัติตามกฎ-ระเบียบในการแต่งกายตามสุขลักษณะที่ดีอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมเสื้อผ้า เสื้อคลุม สวมถุงมือ สวมหมวก หรือผ้าคลุมที่สะอาด ไม่สวมเครื่องประดับต่าง ๆ เป็นต้น ห้ามพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน เช่น สูบบุหรี่ ถ่มน้ำลาย ไอ จาม และบุคคลอื่น ๆ ที่ต้องเข้าไปในกระบวนการผลิต ก็ต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขลักษณะทั่วไป หลักสุขาภิบาล และความรู้ทั่วไปในการผลิตที่ดีตามความเหมาะสม เป็นต้น

ประโยชน์ที่ได้จากการนำ จี.เอ็ม.พี. มาใช้

  อาหารจะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต เพื่อลดและขจัดโอกาสที่จะมีการปนเปื้อนในอาหาร และเมื่อกำหนดให้ GMP เป็นกฎหมายให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม ผู้ประกอบการก็จะต้องปรับปรุงการ ผลิต ให้มีมาตรฐานการผลิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี
            นอกจากนี้ ยัง ทำให้มีการพัฒนาสถานที่ผลิต เมื่อเริ่มให้ผู้ประกอบการมี GMP ที่สอดคล้องกับสากล ถึงแม้จะไม่ได้ปฏิบัติในรายละเอียด ทั้งหมด แต่สอดคล้องในทุกข้อของสากล ในระยะต่อไปผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องการจัดระบบ GMP จะค่อย ๆ จัดทำระบบ GMP ให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงระบบสากล และสามารถก้าวไปสู่สากลได้ คือ สามารถเตรียมความพร้อมไปสู่สังคมโลกได้ดีขึ้น

 ระยะเวลาเริ่มมีผลบังคับใช้

 ระยะเวลาที่มีผลบังคับใช้หลังจากประกาศเป็นกฎหมาย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544 เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบการราย ใหม่ ต้องปฏิบัติให้ได้ตามเกณฑ์ทันที ส่วนผู้ประกอบการรายเก่า ได้รับการผ่อนผันให้ปรับปรุงสถานที่และการผลิตให้ได้ตามเกณฑ์เป็นเวลา 2 ปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเมื่อพ้นกำหนด คือ ตั้งแต่ วันที่ 26 กรกฎาคม 2546 ผู้ประกอบการจะต้องปรับปรุงการผลิตให้มีมาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามเกณฑ์ GMP หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดี

            จะเห็นว่าการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี (จี เอ็ม พี) นี้ เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดย เฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้บริโภค จะทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่า อาหารที่จะบริโภคนั้น เป็นอาหารที่คุณภาพ ปลอดภัย ทั้งนี้เนื่องจากการ ผลิตอาหารนั้นได้ถูกควบคุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ สถานที่ผลิต เครื่องมือ เครื่องจักร กระบวนการผลิต การสุขาภิบาล การบำรุงรักษา การทำความสะอาด ตลอดจนกระทั่งบุคลากรและสุขลักษณะผู้ปฏิบัติงาน ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ที่มา : http://www.dei.ac.th/index/content/food_002.html


บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 11:08:38 PM »

« คลิป »GMP-Good Manufacturing Practices มาตรฐานจีอ็มพี
คลิกดูรายละเอียดได้ เสียดายเป็นบรรยายเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ดูภาพก็คงจะเข้าใจนะครับ
http://www.healththip.com/gmp-good-manufacturing-practices-%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B5/
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 02:52:53 PM »

Good Manufacturing Practice (GMP)
หมายถึง หลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี ในการผลิตอาหาร ซึ่งปรากฏอยู่ใน Code of Federal Regulation ของประเทศสหรัฐอเมริกา ฉบับที่ 21 ตอนที่ 110 (21 CFR part 110) ว่าด้วยสุขลักษณะในการผลิตอาหารทั่วไป (General GMP) และเทียบได้กับมาตรฐานสากล ของหน่วยงานมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex) ซึ่งเรียกว่า ข้อกำหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับสุขลักษณะอาหาร (Recommended International Code of Practice General Principle of Food Hygiene)

กระทรวงสาธารณสุข ได้นำเกณฑ์ GMP มาประยุกต์และกำหนดไว้ ในประกาศกระทรวงสาธารณะสุข เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร เพื่อบังคับให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต และมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร รวมทั้งเป็นการพัฒนามาตรฐานการผลิตอาหาร ในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และยังเป็นการสร้างความมั่นใจและคุ้มครองผู้บริโภค

GMP ที่นำมาเป็นมาตรการบังคับใช้นี้ ยึดตามมาตรฐานสากลของ Codex (Codex standard) โดยมีการควบคุมกระบวนการผลิตขั้นต้น การออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวก การควบคุมการปฏิบัติงาน การบำรุงรักษาและการสุขาภิบาล สุขลักษณะส่วนบุคคล การขนส่ง ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภค และการฝึกอบรม ซึ่งประเทศไทยได้มีการปรับลดรายละเอียดบางส่วนให้เหมาะสม โดยที่ยังคงสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ในสถานการณ์จริง สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และเพื่อการส่งออก

หลักเกณฑ์ GMP ที่กำหนดเป็นกฎหมาย ปรากฏใน บัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต ต้องอยู่ในที่ที่ไม่ทำให้อาหารที่ผลิตเกิดการปนเปื้อนได้สถานที่ตั้งตัว ไม่ปล่อยให้มีการสะสมสิ่งที่ไม่ใช้แล้ว หรือสิ่งปฏิกูลอันอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ และแมลง รวมทั้งเชื้อโรคต่าง ๆ อยู่ห่างจากบริเวณหรือสถานที่ที่มีฝุ่นมากผิดปกติ ไม่อยู่ใกล้กับสถานที่น่ารังเกียจ บริเวณพื้นที่ตั้งตัวอาคารไม่มีน้ำขังแฉะและสกปรก และมีท่อระบายน้ำเพื่อให้ไหลลงสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ ในกรณีที่สถานที่ตั้งตัวอาคาร ซึ่งใช้ผลิตอาหารอยู่ติดกับบริเวณที่มีสภาพไม่เหมาะสม ต้องมีกรรมวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน และกำจัดแมลงและสัตว์นำโรค ตลอดจนฝุ่นผง และสาเหตุของการปนเปื้อนอื่น ๆ นอกจากนี้อาคารผลิตต้องมีขนาดเหมาะสม มีการออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่สะดวกต่อการซ่อมบำรุงและรักษาความสะอาด รวมทั้งสะดวกในการปฏิบัติงาน โดยพื้น ฝาผนัง และเพดานของอาคารสถานที่ผลิต ต้องก่อสร้างด้วยวัสดุที่คงทน เรียบ ทำความสะอาด และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา ต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับที่อยู่อาศัย ต้องมีมาตรการป้องกันสัตว์ และแมลงไม่ให้เข้าในบริเวณอาคารผลิต มีพื้นที่เพียงพอที่จะติดตั้งเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และแบ่งแยกพื้นที่การผลิตเป็นสัดส่วน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน จัดให้มีแสงสว่าง และการระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอ สำหรับการปฏิบัติงานภายในอาคารผลิต

2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต พื้นผิวสัมผัสกับอาหารต้องทำจากวัสดุที่
ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร อันอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทำความสะอาดง่าย โดยมีความสูงเหมาะสมและมีเพียงพอในการปฏิบัติงาน การออกแบบติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้เหมาะสม และคำนึงถึงการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งสามารถทำความสะอาดตัวเครื่องมือ เครื่องจักร และบริเวณที่ติดตั้งได้ง่ายและทั่วถึง เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต ต้องเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน

3. การควบคุมกระบวนการ การจะต้องมีการควบคุมดำเนินงานทุกขั้นตอนตามหลัก
สุขาภิบาลที่ดีตั้งแต่การตรวจรับวัตถุดิบ และส่วนผสมในการผลิตอาหาร การขนย้าย การจัดเตรียมการผลิต การบรรจุ การเก็บรักษาอาหารและการขนส่ง วัตถุดิบและส่วนผสมในการผลิตอาหาร ต้องมีการคัดเลือกให้อยู่ในสภาพที่สะอาด มีคุณภาพดี เหมาะสำหรับใช้ในการผลิตอาหารสำหรับบริโภค ต้องล้างหรือทำความสะอาดตามความจำเป็นเพื่อขจัดสิ่งสกปรก หรือสิ่งปนเปื้อนที่อาจติดหรือปนมากับวัตถุนั้น ๆ และต้องเก็บรักษาวัตถุดิบ ภายใต้สภาวะที่ป้องกันการปนเปื้อน มีการหมุนเวียนสต๊อกของวัตถุดิบ และส่วนผสมอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ภาชนะบรรจุอาหาร และภาชนะที่ใชัในการขนถ่ายวัตถุดิบ และส่วนผสมในการผลิตอาหาร น้ำใช้ในกระบวนการผลิตจะต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมด ให้อยู่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม จัดทำบันทึก และรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ชนิดและปริมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์ และวันเดือนปีที่ผลิต โดยเก็บบันทึก และรายงานไว้อย่างน้อย 2 ปี

4. การสุขาภิบาล น้ำที่ใช้ภายในโรงงาน ต้องเป็นน้ำสะอาด และจัดให้มีการปรับคุณภาพ
น้ำตามความจำเป็น จัดให้มีห้องส้วมและอ่างล้างมือหน้าห้องส้วมให้เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงาน และถูกต้องตามสุขลักษณะ มีอุปกรณ์ในการล้างมืออย่างครบถ้วน และต้องแยกต่างหากจากบริเวณผลิต หรือไม่เปิดสู่บริเวณผลิตโดยตรง จัดให้มีอ่างล้างมือในบริเวณผลิตให้เพียงพอ และมีอุปกรณ์การล้างมืออย่างครบถ้วน มีวิธีการป้องกัน และกำจัดสัตว์และแมลง จัดให้มีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยที่มีฝาปิดในจำนวนที่เพียงพอ และมีระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่เหมาะสม จัดให้มีทางระบายน้ำทิ้งและสิ่งโสโครกอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร

5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด ตัวอาคารที่ผลิตต้องทำความสะอาด และ
รักษาให้อยู่ในสภาพสะอาดถูกสุขลักษณะ โดยสม่ำเสมอ ต้องทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต ให้อยู่ในสภาพที่สะอาดทั้งก่อนและหลังการผลิต สำหรับชิ้นส่วนของเครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นแหล่งสะสมจุลินทรีย์ หรือก่อให้เกิดการปนเปื้อนอาหาร สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสมและเพียงพอ พื้นผิวของเครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตที่สัมผัสกับอาหาร ต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสม่ำเสมอ การใช้สารเคมีที่ใช้ล้างทำความสะอาด ตลอดจนเคมีวัตถุที่ใช้เกี่ยวกับการผลิต อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ปลอดภัย และการเก็บรักษาวัตถุดังกล่าว จะต้องแยกเป็นสัดส่วนและปลอดภัย

6. บุคลากรและสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตต้องไม่เป็นโรค
ติดต่อหรือโรคน่ารังเกียจตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง หรือมีบาดแผลอันอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์ พนักงานต้องสวมเสื้อผ้าที่สะอาด และเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ล้างมือก่อนเริ่มปฏิบัติงานและหลังการปนเปื้อน ใช้ถุงมือที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และสะอาดถูกสุขลักษณะ ทำด้วยวัสดุที่ไม่มีสารละลายหลุดออกมาปนเปื้อนอาหาร และของเหลวซึมผ่านไม่ได้ กรณีไม่สวมถุงมือ ต้องมีมาตรการให้คนงานล้างมือ เล็บ แขนให้สะอาด ไม่สวมใส่เครื่องประดับต่าง ๆ ขณะปฏิบัติงาน และดูแลสุขลักษณะอนามัยของมือ และเล็บให้สะอาดอยู่เสมอ สวมหมวก หรือผ้าคลุมผม หรือตาข่าย มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสุขลักษณะทั่วไป และความรู้ทั่วไปในการผลิตอาหารตามความเหมาะสม
ดังนั้นการผลิตอาหารจึงต้องคำนึงถึงคุณภาพ และความปลอดภัยไปพร้อมกัน การดำเนินงานด้านความปลอดภัยอาหารสามารถทำได้โดยปฏิบัติตามเกณฑ์ขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็นต้องควบคุมในการผลิตเพื่อให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ โดยใช้หลัก GMP รวมทั้งการป้องกัน ควบคุม และกำจัดอันตราย ในอาหารโดยการจัดทำระบบ HACCP เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย อันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค นำไปสู่การพัฒนาธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทั้งในประเทศ รวมทั้งการยกระดับการผลิตเพื่อให้สามารถแข่งขันทางการค้ากับประเทศโดยหลักมาตรฐานสากล


นภาพร เชี่ยวชาญ
ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

บรรณานุกรม
1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. 2544. แนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดี (จี. เอ็ม. พี.) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) เรื่องวิธีการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตและเก็บรักษาอาหาร. พิมพ์ครั้งที่ 1.
2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. 2545. คู่มือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 2. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
3. Forsythe, S.J., and Hayes, P.R. 1998. 3rd Edition. Food Hygiene, Microbiology and HACCP. Gaithersburg: An Aspen Publication.



บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 02:58:48 PM »

การจัดทำระบบ GMP ในโรงงานอาหาร ตอนที่ 1
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 03:01:03 PM »

หลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ดี (GMP) สำหรับโรงงานแปรรูป ผัก ผลไม้ และธัญพืช
1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต

1.1 สถานที่ตั้งตัวอาคารและที่ใกล้เคียง ต้องอยู่ในที่ที่จะไม่ทำให้อาคารที่ผลิตเกิดการปนเปื้อนได้ง่าย โดย

1.1.1 สถานที่ตั้งตัวอาคารและบริเวณโดยรอบสะอาด ไม่ปล่อยให้มีการสะสมสิ่งที่ไม่ใช้แล้ว หรือสิ่งปฏิกูลอันอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์และแมลง รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆ ขึ้นได้
1.1.2 อยู่ห่างจากบริเวณหรือสถานที่ที่มีฝุ่นมากผิดปกติ
1.1.3 ไม่อยู่ใกล้เคียงกับสถานที่น่ารังเกียจ
1.1.4 บริเวณพื้นที่ตั้งตัวอาคารไม่มีน้ำขังแฉะและสกปรก และมีท่อระบายน้ำเพื่อให้ไหลลงสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ ในกรณีที่สถานที่ตั้งตัวอาคารซึ่งใช้ผลิตอาหารอยู่ติดกับบริเวณที่มีสภาพไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตามข้อ 1.1.1 – 1.1.4 ต้องมีกรรมวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดแมลงและสัตว์นำโรค ตลอดจนฝุ่นผงและสาเหตุของการปนเปื้อนอื่นๆ ด้วย

1.2 อาคารผลิตมีขนาดเหมาะสม มีการออกแบบและก่อสร้างในลักษณะที่ง่ายแก่การทะนุบำรุงสภาพ รักษาความสะอาด และสะดวกในการปฏิบัติงานโดย

1.2.1 พื้น ฝาผนัง และเพดานของอาคารสถานที่ผลิต ต้องก่อสร้างด้วยวัสดุที่คงทน เรียบ ทำความสะอาด และซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา
1.2.2 ต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับที่อยู่อาศัย
1.2.3 ต้องมีมาตรการป้องกันสัตว์และแมลงไม่ให้เข้าในบริเวณอาคารผลิต
1.2.4 จัดให้มีพื้นที่เพียงพอที่จะติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตให้เป็นไปตามสายงาน การผลิตอาหารแต่ละประเภท และแบ่งแยกพื้นที่การผลิตเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนอันอาจเกิดขึ้นกับอาหารที่ผลิตขึ้น
1.2.5 ไม่มีสิ่งของที่ไม่ใช่แล้วหรือไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตอยู่ในบริเวณผลิต
1.2.6 จัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการปฏิบัติงานภายในอาคารผลิต

  2. เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต

2.1 ภาชนะหรืออุปกรณ์ในการผลิตที่สัมผัสกับอาหาร ต้องทำจากวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหารอันอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
2.2 โต๊ะที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตในส่วนที่สัมผัสกับอาหาร ต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่เกิดสนิมทำความสะอาดง่าย และไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่อาจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพของผู้บริโภค โดยมีความสูงเหมาะสมและมีเพียงพอในการปฏิบัติงาน
2.3 การออกแบบติดตั้งเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้เหมาะสมและคำนึงถึงการปนเปื้อนที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งสามารถทำความสะอาดตัวเครื่องมือ เครื่องจักร และบริเวณที่ตั้งได้ง่ายและทั่วถึง
2.4 เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตต้องเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
   

3. การควบคุมกระบวนการผลิต

3.1 การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องมีการควบคุมตามหลักสุขาภิบาลที่ดีตั้งแต่การตรวจรับวัตถุดิบ และส่วนผสมในการผลิตอาคาร การขนย้าย การจัดเตรียม การผลิต การบรรจุ การเก็บรักษาอาหาร และการขนส่ง

3.1.1 วัตถุดิบและส่วนผสมในการผลิตอาหาร ต้องมีการคัดเลือกให้อยู่ในสภาพที่สะอาด มีคุณภาพดีเหมาะสำหรับใช้ในการผลิตอาหารสำหรับบริโภค ต้องล้างหรือทำความสะอาดตามความจำเป็นเพื่อขจัดสิ่งสกปรก หรือสิ่งปนเปื้อนที่อาจติดหรือปนมากับวัตถุนั้นๆ และต้องเก็บรักษาวัตถุดิบภายใต้สภาวะที่ป้องกันการปนเปื้อนได้โดยมีการเสื่อมสลายน้อยที่สุด และมีการหมุนเวียนสต๊อกของวัตถุดิบและส่วนผสมอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ
3.1.2 ภาชนะบรรจุอาหารที่ใช้ในการขนถ่ายวัตถุดิบและส่วนผสมในการผลิตอาหาร ตลอดจนเครื่องมือที่ใช้ในการนี้ ต้องอยู่ในสภาพที่เหมาะสมและไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนกับอาหารในระหว่างการผลิต
3.1.3 น้ำแข็งและไอน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตที่สัมผัสกับอาหาร ต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำแข็งและน้ำบริโภคและการนำไปใช้ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะ
3.1.4 น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร ต้องเป็นน้ำสะอาดบริโภคได้ มีคุณภาพมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง น้ำบริโภค และการนำไปใช้ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะ
3.1.5 การผลิต การเก็บรักษา ขนย้าย และขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องป้องกันการปนเปื้อนและป้องกันการเสื่อมสลายของอาหารและภาชนะบรรจุด้วย
3.1.6 การดำเนินการควบคุมกระบวนการผลิตทั้งหมด ให้อยู่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม

3.2 จัดทำบันทึกและรายงานอย่างน้อยดังต่อไปนี้

3.2.1 ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
3.2.2 ชนิดและปริมาณการผลิตของผลิตภัณฑ์และวันเดือนปีที่ผลิต โดยให้เก็บบันทึกและรายงานไว้อย่างน้อย 2 ปี

4. การสุขาภิบาล

4.1 น้ำที่ใช้ภายในโรงงาน ต้องเป็นน้ำสะอาดและจัดให้มีการปรับคุณภาพน้ำตามความจำเป็น
4.2 จัดให้มีห้องส้วมและอ่างล้างมือล้างหน้าห้องส้วมให้เพียงพอสำหรับผู้ปฏิบัติงาน และต้องถูกสุขลักษณะ มีอุปกรณ์ในการล้างมืออย่างครบถ้วน และต้องแยกต่างหากจากบริเวณผลิตหรือไม่ เปิดสู่บริเวณผลิตโดยตรง
4.3 จัดให้มีอ่างล้างมือในบริเวณผลิตให้เพียงพอและมีอุปกรณ์การล้างมืออย่างครบถ้วน
4.4 จัดให้มีวิธีการป้องกันและกำจัดสัตว์และแมลงในสถานที่ผลิตตามความเหมาะสม
4.5 จัดให้มีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยที่มีฝาปิดในจำนวนที่เพียงพอ และมีระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่เหมาะสม
4.6 จัดให้มีทางระบายน้ำทิ้งและสิ่งโสโครกอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหาร


5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

5.1 ตัวอาคาร สถานที่ผลิตต้องทำความสะอาดและรักษาให้อยู่ในสภาพสะอาดถูกสุขลักษณะโดยสม่ำเสมอ
5.2 ต้องทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาดทั้งก่อนและหลังการผลิต สำหรับชิ้นส่วนของเครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ ที่อาจเป็นแหล่งสะสมจุลินทรีย์ หรือก่อให้เกิดการปนเปื้อนอาหาร สามารถทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสมและเพียงพอ
5.3 พื้นผิวของเครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตที่สัมผัสกับอาหาร ต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
5.4 เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในการผลิต ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสม่ำเสมอ
5.5 การใช้สารเคมีที่ใช้ล้างทำความสะอาด ตลอดจนเคมีวัตถุที่ใช้เกี่ยวข้องกับการผลิตอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ปลอดภัย และการเก็บรักษาวัตถุดังกล่าวจะต้องแยกเป็นสัดส่วนและปลอดภัย


6. บุคลากรและสุขลักษณะ

6.1 ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณผลิตต้องไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคน่ารังเกียจตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง หรือมีบาดแผลอันอาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์
6.2 เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในขณะที่ดำเนินการผลิตและมีการสัมผัสโดยตรงกับอาหาร หรือส่วนผสมของอาหาร หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของพื้นที่ผิวที่อาจมีการสัมผัสกับอาหารต้อง

6.2.1 สวมเสื้อผ้าที่สะอาดและเหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน กรณีที่ใช้เสื้อคลุมก็ต้องสะอาด
6.2.2 ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และหลังการปนเปื้อน
6.2.3 ใช้ถุงมือที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์และสะอาดถูกสุขลักษณะ ทำด้วยวัสดุที่ไม่มีสารละลายหลุดออกมาปนเปื้อนอาหารและของเหลวซึมผ่านไม่ได้ สำหรับจับต้องหรือสัมผัสกับอาหาร กรณีไม่สวมถุงมือ ต้องมีมาตรการให้คนงานล้างมือ เล็บ แขนให้สะอาด
6.2.4 ไม่สวมใส่เครื่องประดับต่างๆ ขณะปฏิบัติงานและดูแลสุขอนามัยของมือและเล็บให้สะอาดอยู่เสมอ
6.2.5 สวมหมวก หรือผ้าคลุมผม หรือตาข่าย

6.3 มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสุขลักษณะทั่วไป และความรู้ทั่วไปในการผลิตอาหารตามความเหมาะสม
6.4 ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิต ปฏิบัติตามข้อ 6.1 – 6.2 เมื่ออยู่ในบริเวณผลิต
 
 
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร
35 เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร.: (662) 577-9000,577-9155-6
โทรสาร : (662) 577-9009, 577-9128

 

E-mail : Sumalai@mozart.inet.co.th
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Installed by Installatron

bisdakworldgreen design by JV PACO-IN
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.826 วินาที กับ 19 คำสั่ง