สมาคมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานจังหวัดสมุทรปราการ
กรกฎาคม 24, 2014, 11:20:44 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กิจกรรม 5ส รวบรวม โดย วินัย ดวงใจ  (อ่าน 15474 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 09:15:43 PM »

http://vdo.eng.psu.ac.th/web2/5s/index.php?option=com_content&task=category&sectionid=13&id=39&Itemid=70

ผู้อ่านท่านใดสนใจเนื้อหา ข้อมูลในเวป จป สมุทรปราการ  
ต้องขออภัยในความไม่สะดวก ต้องรบกวนลงทะเบียนสมัครเป็นสมัครก่อน ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายครับ  ถึงจะเข้าไปโหลดข้อมูล หรือเห็นภาพประกอบ
เมื่อลงทะเบียนแล้ว เราเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ วิธีการลงทะเบียน ดูที่ห้องการใช้เว็บบอร์ดนะครับ ง่ายครับ ลองอนุมัติ ก็เข้ามาเป็นเพื่อนกันได้แล้ว
 http://www.samutprakarnsafety.com/forum/index.php?topic=1663.0  

 เพื่อนสมาชิกสนใจ  ผมยินดีไปถ่ายทอดความรู้ เรื่องกิจกรรม 5 สได้นะครับ สนใจ ติดต่อได้  winai.d@fujiace.com
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 09:17:16 PM »

 ส คือ กระบวนการในกรจัดสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยโดยมุ่งเน้นที่จะก่อให้เกิดประ สิทธิภาพของการทำงานและจิตสำนึกในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน 5 ส คำ ย่อซึ่งแปลมาจาก 5 S ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกของคำในภาษาญี่ปุ่น 5คำ คือ

1.SEIRI (เซริ) = สะสาง

2.SEITON (เซตง) = สะดวก

3.SEISO (เซโซ) = สะอาด

4.SEIKETSU (เซเคทซึ) = สุขลักษณะ

5.SHITSUKE (ซิทซึเคะ) = สร้างนิสัย
 

   ส.1 : สะสาง
    คือการแยกของที่ต้องการออกจากของที่ไม่ต้องการและขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้งไป วิธีการคือ
   1.สำรวจสิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์และเอกสารในสถานที่ทำงาน
   2.แยกของทีต้องการและไม่ต้องการออกกจากกัน
   3.ขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้ง

   ส.2 : สะดวก
   คือ การจัดวาสิ่งของต่าง ๆ ในที่ทำงานให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยวิธีการคือ
   1.ศึกษาวิธีการเก็บวางสิ่งขิงโดยคำนึงถึงความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ
   2.กำหนดที่วางให้แน่ชัด โดยคำนึงถึงการใช้เนื้อที่
   3.เขียนป้ายชื่อแสดงสถานที่วาง และเก็บสิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์

   ส.3 : สะอาด
   คือ การทำความสะอาดเครื่องจักรอุปกรณ์และสถานที่ทำงานพร้อมทั้งตรวจสอบขจัดสาเหต ของความไม่สะอาดนั้น ๆ วิธีการคือ
   1.ทำความสะอาดสถานที่ทำงาน
   2.กำหนดแบ่งเขตพื้นที่
   3.ขจัดสาเหตุอันเป็นต้นตอของขยะ ความสกปรก เลอะเทอะ
   4.ตรวจเช็คเครื่องใช้ อุปกรณ์ ด้วยการทำความสะอาด

   ส.4 : สุขลักษณะ    คือ การรักษาความสะอาด ดูแลสถานที่ทำงานและปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะวิธีการคือ
   1.ขจัดมลภาวะซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตของพนักงาน  เช่น อากาศเป็นพิษ เสียงดังเกินไป แสงสว่างไม่เพียงพอ
       ควันและเขม่าฟุ้งกระจายทั่วไป
   2.ปรุงแต่งสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบ สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น มีบรรยากาศร่มรื่น น่าทำงาน เปรียบเสมือนที่พักผ่อน
   3.พนักงานแต่งกายให้ถูกระเบียบ สะอาดหมดจด

   ส.5 : สร้างนิสัย
   คือ การรักษาและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ 4 ส.จนเป็นนิสั และมีวินัยในการทำงาน   วิธีการคือฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจ ต่อกฎระเบียบ
   มาตรฐานการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติจนเป็นนิสัย โดยการตอกย้ำ  เรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นประจำ
 
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
New341
Newbie
*

พลังน้ำใจ 2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 08:34:28 AM »

กำลังทำ 5ส อยู่ทีเดียวสเชียว ยิ้ม
บันทึกการเข้า
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 22, 2011, 04:22:14 PM »

ผมมีไฟล์ powerpoint ไว้อบรม และวีดีโอ กิจกรรม 5 ส  ของสถาบันเพิ่มผลผลิต แห่งชาติ 1 แผ่น ความยาว 20 นาที  วีดีโอ การจัดตั้งทีมตรวจ 5 ส 1 แผ่น สนใจติดต่อมาได้ยินดี เผยแพร่ เพื่อสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทได้ดีขึ้น ความปลอดภัยของพนักงานก็มากขึ้น  อุบัติเหตุเป็น ศูนย์ครับ
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
ssr
Sr. Member
****

พลังน้ำใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 250


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 22, 2011, 11:30:48 PM »

สุดยอดน้ำใจครับ...
บันทึกการเข้า
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 09:25:35 AM »

ลองโหลดเข้าไปอ่านดูครับ
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 09:29:09 AM »

เข้าไปโหลดอ่านนะครับ ถ้าโหลดไม่ได้ก็ต้อง สมัครลงทะเบียนก่อนนะครับ
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
ssr
Sr. Member
****

พลังน้ำใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 250


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 07:48:43 PM »

ขอบคุณครับ...
บันทึกการเข้า
edge2009
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 28, 2012, 07:24:20 AM »

ผมได้โหลดไฟล์ที่ฝากไว้ในเวปมาอ่านทำความเข้าใจก่อนลงมือทำกิจกรรม 5ส ที่บริษัท ขออนุญาตินำมาใช้ที่บริษัทด้วยนะครับพี่
พี่วินัยครับไม่ทราบว่าพี่วินัยยังมีไฟล์ powerpoint การอบรม และวีดีโอ กิจกรรม 5 ส  ของสถาบันเพิ่มผลผลิต รวมถึงไฟล์วีดีโอ การจัดตั้งทีมตรวจ 5 ส เหลืออยู่บ้างไหมครับ
ผมอยากนำมาใช้อบรมที่บริษัทครับ รบกวนด้วยนะครับ

relax2550@gmail.com
 
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

วชิรธร กลิ่นสุคนธ์
บันทึกการเข้า
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 04, 2012, 09:45:26 PM »

สนใจยินดีครับ ให้คำปรึกษาได้ แบบเต็ม ๆ จัดหนักได้ สนใจ โทรมาคุยได้ครับ  0855101555
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
chaT103
Newbie
*

พลังน้ำใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2012, 11:45:04 AM »

ไม่ทราบว่ายังมีไฟล์ วีดีโอ กิจกรรม 5 ส  ของสถาบันเพิ่มผลผลิต รวมถึงไฟล์วีดีโอ การจัดตั้งทีมตรวจ 5 ส เหลืออยู่บ้างไหมครับ
ผมอยากนำมาใช้อบรมในหน่วยงานนะครับ รบกวนด้วยนะครับ

ขอบคุณมากครับ

E-MAIL : apichatphongsri@hotmail.com
บันทึกการเข้า
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:37:26 PM »

5ส กับจริยธรรมในการทำงาน
สมิต สัชฌุกร
“สังคมไทยในระยะไม่กี่ปีมานี้ได้ปรบมือ แซ่ซ้องสดุดีกับคนเก่งมาโดยลำดับ
จนทำให้บางคนเหลิงและไม่ใส่ใจในเรื่องจริยธรรม”
ปัจจุบันนี้เป็นยุคของการแข่งขันที่ถือว่าต้องช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive-edge)
แม้แต่องค์การที่ไม่มุ่งแสวงหาผลกำไร (Not for profit organization) หรือองค์การที่ประกาศตนเป็นองค์การกุศล
(Non-profit organization) ก็ยังต้องมีการแก่งแย่งชิงดี ชนิดที่ว่าใครดีใครอยู่ โดยไม่ได้คำนึงถึงจริยธรรม การ
ประเมินค่าของคนที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ให้คำนึงถึงค่าความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่เป็นตัวหนังสือในรัฐธรรมนูญ แต่
แนวทางปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด (Best Practice) ก็ยังให้น้ำหนักกับการเป็นบุคคลหรือองค์การที่มี
สมรรถนะ หรือความเก่งมากกว่าความเป็นผู้มีจริยธรรมหรือคนดี เพราะจุดหมายปลายทาง คือ ต้องการบรรลุ
เป้าหมายเป็นความชนะในการแข่งขัน สังคมไทยจึงตอบรับการเป็นองค์การบนพื้นฐานของสมรรถนะ
(Competency-base organization) อย่างเกรียวกราวไม่ลืมหูลืมตา
สังคมไทยในระยะไม่กี่ปีมานี้ได้ปรบมือแซ่ซ้องสดุดีกับคนเก่งมาโดยลำดับ จนทำให้บางคนเหลิงและไม่ใส่
ใจในเรื่องจริยธรรม และคนจำนวนไม่น้อยก็เพลิดเพลินยกย่องสรรเสริญคนเก่ง จนไม่ได้พิจารณาถึงด้านจริยธรรม
ละครทีวีบางช่องก็ชักนำให้คนระเริงหลงชื่นชมกับคนร่ำรวย ในทางธุรกิจที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล ชื่นชมกับการ
กวาดเศษเนื้อข้างเขียงไปยาไส้ประทังความทุกข์ยากแร้นแค้นของผู้ด้อยโอกาส
จริยธรรม (Ethics) หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม หลักเกณฑ์หรือกฎที่สังคม
ใช้ตัดสินว่า การกระทำใดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ควรปฏิบัติ และการกระทำใดเป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติทั้งต่อตนเอง
และต่อผู้อื่น
การยกย่องคนดีมีความสามารถ เป็นพื้นฐานของสังคมไทยมาช้านาน แต่เมื่อระบอบทุนนิยมเข้ามาครอบงำ
สังคมไทยมากขึ้นทุกวัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทุกคนพูดและหายใจเป็นเงินจึงไม่สนใจจริยธรรม
หายใจเข้าก็กลับกลอก หายใจออกก็โกงกิน
ในสังคมที่ถือความรู้คู่คุณธรรม จะไม่ยกย่องผู้ที่มีความรู้ แต่นำความรู้ไปรับใช้ รับจ้าง หรือสยบให้แก่ฝ่าย
อธรรม การตอบรับความสามารถที่ขาดคุณธรรมเป็นความงมงายไม่ลืมหูลืมตา
ในความคิดของคนมีอวิชชา จะพูดว่า “ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็อย่าไปคิดถึงจริยธรรม” แต่ถ้ามอง
ถึงธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเติบโตอย่างยั่งยืน ล้วนยึดถือจริยธรรมเป็นหลัก จึงมีความคิดที่จะคืนกำไรให้แก่
สังคม มีโครงการที่จะทำประโยชน์ และนำความเจริญสู่ชุมชนอย่างจริงจัง อันเป็นส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญในการบริหาร
จัดการที่ดี (Good Governance) หรือที่เรียกกันว่า “ธรรมาภิบาล”
บทความนี้จะเสนอให้สังคมชาว 5ส ใส่ใจในการนำกิจกรรม 5ส ที่พัฒนาจนเป็นระบบ และเป็นส่วนหนึ่งซึ่ง
เป็นฐานรากของระบบคุณภาพทั่วทั้งองค์การ มาปรับใช้ในเรื่องจริยธรรมในการทำงาน ตามแนวคิดและหลักการ
ปฏิบัติ 5ส ด้วยการดำเนินกิจกรรมในแต่ละ ส ดังต่อไปนี้
ส ที่ 1 สะสาง พิจารณากำหนดสิ่งที่จำเป็นต้องมีในการทำงานอย่างมีจริยธรรม ได้แก่
1. ความจงรักภักดี ให้ความเชื่อ (Belief) และความภักดีต่อหน่วยงาน ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงความ
ขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ที่จะเกิดต่อองค์การ
2. ความซื่อสัตย์ พูดแต่ความจริง ปฏิบัติงานตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวง ไม่ขโมย ไม่พูดจาอ้อมค้อม
3. การแสวงหาคุณความดี ขยันหมั่นเพียร ปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ พัฒนาขีดความสามารถ ใฝ่
เรียนรู้ทั้งด้วยการศึกษาฝึกอบรม และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. ความเคารพต่อผู้อื่น มีความสุภาพ ให้เกียรติผู้สมควรได้รับการยกย่อง เป็นการสร้างเสริมวัฒนธรรม
องค์การที่ควรธำรงรักษา
5. ความรับผิดชอบต่อผู้เกี่ยวข้อง มีเหตุผลในการคิด และการตัดสินใจ ยอมรับผลจากการกระทำหรือ
ไม่ได้กระทำ แต่อยู่ในความรับผิดชอบ
ส ที่ 2 สะดวก จัดรูปแบบการทำงานให้สะดวก ด้วยความมีจริยธรรม ด้วยการทำงานอย่างริเริ่มสร้างสรรค์
ไม่กินแรงเพื่อนร่วมงาน ทำงานให้ง่าย ไม่ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ด้วยความรับผิดชอบ ไม่
ขัดขวางงานของผู้อื่น และไม่ปล่อยให้งานคั่งค้าง
ส ที่ 3 สะอาด ไม่ทำให้เกิดสิ่งสกปรก รกรุงรัง และไม่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการทำงาน
ร่วมกันเป็นทีม ไม่ปล่อยให้เกิดความสับสนในการทำงาน ด้วยการทำงานที่มีเป้าหมายชัดเจน ดูแลที่ทำงานและ
เครื่องมือ เครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพพร้อมจะทำงาน
ส ที่ 4 สร้างมาตรฐาน นำหลักธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ อันเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ดีงาม ควร
ปฏิบัติใน 3ส แรก มาเป็นสิ่งที่จะใช้เทียบวัดพฤติกรรมของตน ด้วยการกำหนดเป็นมาตรฐานที่ชัดเจน ปราศจากอคติ
และการเลือกปฏิบัติ อันจะทำให้เกิด Double Standard โดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี หรือหลักธรรมาภิบาล
ส ที่ 5 สร้างนิสัย มีการฝึกฝนตนให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ จนบ่มเพาะเป็นนิสัยให้เกิดวินัยใน
ตนเอง ไม่ประพฤติตนล่อแหลมต่อการทำผิดจริยธรรม อาทิ การกลั่นแกล้ง หรือให้ร้ายเพื่อนร่วมงาน การขาด
ระเบียบวินัย การทำงานแบบเฉื่อยชา ปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐาน การมองโลกในแง่ร้าย การผัดวันประกันพรุ่ง
ปฏิบัติงานล่าช้า เน้นพิธีรีตองมากเกินไป การทำงานที่ไม่จำเป็นต้องทำ
หากได้มีพฤติกรรม ปฏิบัติตามหลักการ 5ส ที่ได้กล่าวไปข้างต้นจนเป็นนิสัย ก็จะช่วยให้มีจริยธรรมในการ
ทำงาน ส่งผลให้ได้รับความเคารพรัก ความเลื่อมใสศรัทธา การยกย่องสรรเสริญ ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และ
ความสำเร็จในกิจการทั้งหลายทั้งปวง
“หากได้มีพฤติกรรม ปฏิบัติตามหลักการ 5ส ที่ได้กล่าวไปข้างต้นจนเป็นนิสัย
ก็จะช่วยให้มีจริยธรรมในการทำงาน ส่งผลให้ได้รับความเคารพรัก ความเลื่อมใสศรัทธา”
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:38:01 PM »

5ส ทำได้ง่ายตี้ด เดียว
ณรงค์เกียรติ นักสอน
กรรมการพิจารณารางวัล 5ส ประเทศไทย
“ถ้าจะถามว่าทำ 5ส เสียเวลาไหม ? ให้ตอบกันตรง ๆ ก็คงตอบได้ว่า...เสีย
แต่เสียไปน้อยกว่าที่จะได้กลับมาครับ”
ปัจจุบันนี้เรามักจะพบเห็นคำว่า 5ส ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหน่วยงานราชการ หรือสถานประกอบการ
โดยทั่วไป เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ โรงเรียน สะพานลอยคนข้าม ฯลฯ หรือบางครั้งก็สามรถมองเห็นตามสถานที่
สาธารณะ เช่น สะพานลอยคนข้าม เป็นต้น ครั้งแรกที่ผู้เขียนเห็นคำว่า 5ส นั้นก็คิดว่า “ใครนะเป็นคนคิดคำขึ้นต้น ส เสือ
และสามารถนำความหมายของ ส แต่ละตัวมาจัดเรียงจนสามารถใช้ในการจัดระเบียบสังคมขึ้นมาได้” ในฐานะที่ผม
ได้รับโอกาสร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณารางวัล 5ส ประเทศไทยในครั้งนี้ ก็รู้สึกดีใจกับประเทศไทยที่สามารถนำ
หลักการ 5ส มาใช้จนเป็นที่แพร่ขยายได้ขนาดนี้ เท่าที่สังเกตเห็นข้อมูลการจัดงานประกวดรางวัล 5ส ที่ผ่านมาจนถึง
ครั้งปัจจุบันนี้ ก็มีหน่วยงานที่เป็นทั้งราชการ หรือสถานประกอบการทั้งประเภท งานอุตสาหกรรม และงานบริการ ให้
ความใส่ใจในการนำกิจกรรม 5ส เข้าไปใช้ในการทำงาน จนประสบความสำเร็จในการนำองค์การเข้าร่วมประกวดงาน 5ส
ซึ่งรากฐานของงานคุณภาพต่างๆ ล้วนแต่มีรากฐานมาจาก 5ส ทั้งนั้น ก่อนที่จะไต่บันไดดาราก้าวขึ้นไปสู่ดวงดาว TQA
หรือ Demming Prize ต่อไป
ถ้าจะถามว่าทำ 5ส เสียเวลาไหม ? ให้ตอบกันตรงๆ ก็คงตอบได้ว่าเสีย แต่เสียไปน้อยกว่าที่จะได้กลับมา ขอ
ยกตัวอย่างเช่นเริ่มสะสางทุกสิ่งทุกอย่างที่กองรวมกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือที่บ้านก็ตามอาจใช้เวลาค่อย ๆ จัด
ค่อย ๆ คัดแยกไป โดยให้เวลาสัก 1 อาทิตย์ แต่ทว่า...เมื่อเรียบร้อยแล้ว ต้องการจะหยิบจะใช้อะไร ไม่ว่าจะเป็นของที่
ใช้อยู่เป็นประจำ และของที่ไม่ค่อยได้ใช้ จะสามารถหยิบได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที ซึ่งจะแตกต่างกับปล่อยทิ้งไว้โดยไม่
มีการจัดระเบียบ เราอาจจะหยิบของสักอย่างสองอย่างมาใช้ได้เร็ว เพราะคุ้นว่าวางไว้ที่ไหน แต่ของบางอย่าง อาจจะใช้
น้อยหรือไม่ค่อยได้ใช้ถี่นัก หาเท่าไรก็หาไม่เจอ ทำให้เสียเวลาและเสียหายต่องานมากกว่าเสียอีก ส่วนตัวเราคนเดียว
ยังรู้สึกลำบากขนาดนี้ จึงไม่ต้องสงสัยว่าในระดับองค์การจะขนาดไหน ดังนั้นจึงควรนำกิจกรรม 5ส มาใช้เป็นเครื่องมือ
ในการบริหารองค์การกันดีกว่า แล้วคุณจะเห็นได้ว่า 5ส ทำได้ ง่ายนิดเดียว สำหรับองค์การที่อาจจะกำลังเริ่มทำกิจกรรม
5ส หรือทำมาแล้วแต่ไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามาถูกทางหรือเปล่า ก็ลองนำไปปรับใช้ หรือลองพิจารณาดูนะครับ
ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 5ส ในระดับองค์การ
1. ประกาศนโยบาย
การประกาศนี้ต้องมาจากผู้บริหารระดับสูงขององค์กร เพราะถ้าผู้บริหารไม่กำหนดนโยบายมาให้ผู้ปฏิบัติงาน
ระดับล่างแล้ว พนักงานส่วนใหญ่อาจไม่ตระหนักถึงความสำคัญ เพราะถือว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน หรือไม่มีผลได้
ผลเสียกับตนเอง
2. ให้การอบรม
สืบเนื่องจากพนักงานโดยส่วนใหญ่ ไม่ค่อยรู้จักกันหรอกนะครับ...ว่าการทำ 5ส นั้นทำอย่างไร ฟังไปฟังมาก็
สรุปเพียงว่า 5ส คือ การปัด, กวาด, เช็ด, ถู บ้าง ดังนั้นหัวหน้างานจึงต้องจัดอบรม ให้ความรู้ ให้ความเข้าใจแก่พนักงาน
อาจจะสอนเอง หรือส่งไปฝึกอบรมภายนอก รวมทั้งการไปทัศนศึกษา ดูสถานที่ หรือองค์การที่ได้รับรางวัล 5ส เพื่อเป็น
ตัวอย่าง หรืออาจจะเป็นแนวปฏิบัติในการนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกันกับองค์การของตัวเอง
3. จัดตั้งคณะกรรมการ 5ส ขององค์การ
สำหรับข้อนี้ ควรมีการกระจาย แบ่งงานกันรับผิดชอบในฝ่ายต่าง ๆ รวมทั้งพื้นที่ต่างๆ ของการทำกิจกรรม 5ส
ให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกของการติดตามงานในขั้นต่อไปได้
4. ประชาสัมพันธ์
จัดให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้พนักงานได้สร้างความเคยชินกับคำว่า 5ส และมีความรู้สึกว่า 5ส เป็นส่วนหนึ่ง
ของชีวิตการทำงาน
5. การสำรวจพื้นที่ และแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ
เพื่อให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ จึงควรจัดแบ่งพื้นที่ให้พนักงานทุกคนมีพื้นที่ที่ตนเองต้อง
รับผิดชอบ เริ่มจากโต๊ะทำงานของตัวเอง และพื้นที่ส่วนกลาง เช่น โต๊ะประชุม ตู้เอกสาร ชั้นวางของของแผนกนั้น ๆ ก็
จัดให้มีผู้รับผิดชอบเป็นส่วน ๆ ไปเป็นต้น
6. กำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน
เป็นการสร้างกฎระเบียบข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการทำกิจกรรม 5ส โดยได้มาจากการระดมสมอง
ระดมความคิดของผู้ปฏิบัติ ในแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่ เพื่อความเป็นมาตรฐาน และเป็นแนวทางปฏิบัติให้ไปในทิศทาง
เดียวกัน
7. ตรวจสอบ ประเมินผล และแก้ไข
หลังการปฏิบัติกิจกรรมกันไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ก็ควรจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินผลจากหัวหน้าพื้นที่
พร้อมมีการวัดผลด้วยการให้คะแนนประเมินผล และมีการตรวจจากคณะกรรมการกลางต่อไปเป็นลำดับ
8. ติดตามตรวจสอบภายหลังดำเนินกิจกรรมแก้ไขปรับปรุง
เมื่อค้นพบข้อบกพร่องต่าง ๆ คณะกรรมการกลางควรจะให้คำแนะนำแก่หัวหน้าพื้นที่ เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไข
ต่อไป
9. รักษาการดำเนินกิจกรรมให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ทำได้จากการสร้างจิตสำนึกให้พนักงานเล็งเห็นถึงความสำคัญ หรือสามารถปฏิงานโดยอัตโนมัติ โดยการทำ
ด้วยใจ ทำออกมาจากใจ เพื่อเป็นการพัฒนา สร้างสรรจริง ๆ
10. วัด และสรุปผล
ควรมีการสรุปผลการปฏิบัติงานของการทำกิจกรรม โดยประเมินจากผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ที่กำหนดจาก
คณะกรรมการส่วนกลาง มีตัวชี้วัดเป็นจำนวนและตัวเลขที่ชัดเจนว่าประสบความสำเร็จในระดับไหน และมีแนวทางในการ
ปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ทั้งนี้ตัวชี้วัด ซึ่งถือเสมือนว่าเป็นกุญแจทองของการความสำเร็จในการทำกิจกรรม 5ส คือ
การมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร การมีส่วนร่วมนี้ หมายถึง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัด ไม่ว่าจะเป็นการแบ่ง
เขต 5ส หรือการกำหนดมาตรฐานของ 5ส ต่าง ๆ จะต้องให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ตั้งแต่ต้น
1. การได้รับการสนับสนุน และกำหนดนโยบายจากบริษัท ซึ่งผู้บริหารของบริษัทต้องกำหนด 5ส เป็นนโยบาย
ของบริษัท ผู้บริหารต้องให้ความสนับสนุน และถือว่ากิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
2. มีแผนงานเกี่ยวกับกิจกรรม 5ส ในระดับปฏิบัติการของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเมื่อบริษัทมีนโยบายแล้ว จะต้องมี
การนำไปสู่การปฏิบัติจริงในแต่ละหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว
3. ความเป็นระเบียบ ในการใช้วัสดุ หรืออุปกรณ์ เมื่อใช้แล้ว ต้องเก็บเข้าพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้ หากไม่ปฏิบัติตาม
กฎระเบียบที่บริษัทตั้งไว้ ก็ย่อมส่งผลเสียต่อกิจกรรม 5ส โดยภาพรวม เป็นต้น
4. มีการให้การศึกษา อบรม หรือดูงานเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในกิจกรรม 5ส ซึ่งการให้ความรู้แก่พนักงาน
ทุกคนนั้นก็เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจวิธีการ ความสำคัญ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ได้รับจาก
การทำกิจกรรมนี้ หรือแม้ว่ากิจกรรมจะเกิดขึ้น หรือผ่านการดำเนินงานมาระยะหนึ่งแล้ว ยังจำเป็นต้องให้ความรู้
หรือข่าวสารใหม่ ๆ รวมทั้งมีการทบทวนหลักการของกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนได้มีแนวทางในการปฏิบัติงานไป
ในทิศทางเดียวกันด้วย
5. มีการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้น จูงใจ ส่งเสริม ซึ่งหากมีการทำกิจกรรม 5ส ไปสักระยะหนึ่งแล้ว พนักงานงานเกิด
ความเฉื่อยชา หรือมีความใส่ใจลดลง ดั้งนั้นคณะกรรมการจึงต้องจัดกิจกรรมกระตุ้น หรือจูงใจให้แก่พนักงาน
เช่น จัดวันทำความสะอาดใหญ่ครั้งยิ่งใหญ่ Big Cleaning Day หรือจัดประกวดแต่งคำขวัญ การประชาสัมพันธ์
เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกที่จะทำ 5ส ด้วยตัวเองตลอดเวลา
6. มีการพัฒนายกระดับมาตรฐานของกิจกรรม 5ส ไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกิจกรรมพัฒนาคุณภาพในด้านอื่น ๆ
ของบริษัท
การทำกิจกรรม 5ส จะประสบผลความสำเร็จเพียงใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุก ๆ คนใน
องค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดจนถึงภารโรง หากทุกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือแล้ว โอกาสที่กิจกรรมนี้จะประสบผลสำเร็จคง
เป็นไปได้ยาก การรณรงค์ทำกิจกรรม 5ส ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงจะก้าวไปสู่ฝัน ที่ไกลถึงดวงดาว กันได้
การทำกิจกรรม 5ส จะประสบผลความสำเร็จเพียงใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุก ๆ คนใน
องค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดจนถึงภารโรง
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:38:34 PM »

5ส พลาสติก
สุพัฒน์ เอื้องพูลสวัสดิ์
กรรมการพิจารณารางวัล 5ส ประเทศไทย
มีหลายโรงงานหลายบริษัทที่ดำเนินกิจกรรม 5ส แบบที่เรียกกันว่า 5ส พลาสติก
คือ เป็น 5ส ที่ไว้โชว์ผู้มาเยือนเท่านั้น ว่าโรงงานเราก็มีการทำ 5ส นะ แต่คุณค่าที่แท้จริงของ 5ส ไม่มี
เมื่อหลายปีก่อน มีเพลงไทยที่โด่งดังมากอยู่เพลงหนึ่ง คือ เพลงดอกไม้พลาสติก ความหมายในเนื้อเพลง
ดีทีเดียวครับ หลายท่านคงทราบดีนะครับว่า ดอกไม้พลาสติกนั้นมีรูปร่างลักษณะเหมือนดอกไม้จริง สวยงาม และ
สร้างบรรยากาศให้แก่สถานที่ที่นำไปประดับได้ ข้อดีอีกประการหนึ่งก็คือ ดอกไม้พลาสติกไม่มีวันเหี่ยวแห้งเฉาไป
ตามธรรมชาติ สามารถนำมาประดับและจัดแสดงหรือประดับไว้ต้อนรับผู้มาเยือนได้ตลอดเวลา
แต่ถ้ามองในแง่ของคุณค่าไม่ว่าในตัวของดอกไม้ หรือจากการประเมินของผู้มาเยือน หรือผู้พบเห็นแล้ว
ดอกไม้พลาสติกจะไม่สามารถทดแทนดอกไม้จริงได้เลย ดอกไม้จริงมีคุณค่าเพราะเป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น
จริง มีกลิ่น มีการเบ่งบาน เหี่ยวแห้ง เป็นต้น ถ้าเราเลือกได้ผมเชื่อว่าทุกท่านน่าจะเลือกดอกไม้สดแน่นอน ด้วย
เหตุผลดังกล่าวข้างต้น
การดำเนินกิจกรรม 5ส ก็ไม่แตกต่างกับเรื่องของดอกไม้ครับ มีหลายโรงงานหลายบริษัทที่ดำเนินกิจกรรม
5ส แบบที่เรียกกันว่า 5ส พลาสติก คือ เป็น 5ส ที่ไว้โชว์ผู้มาเยือนเท่านั้น ว่าโรงงานเราก็มีการทำ 5ส นะ แต่คุณ
ค่าที่แท้จริงของ 5ส ไม่มี
5ส พลาสติกเป็นอย่างไร ก็คือ 5ส ที่มีรูปแบบเหมือนกับ 5ส ที่ควรจะเป็น เช่น การอบรม 5ส การตั้ง
คณะกรรมการส่งเสริม 5ส การดำเนินกิจกรรม ส1 ส2 ส3 เป็นต้น แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ถ้าเราตรวจประเมินภาพ
โดยรวมทั้งหมดของกิจกรรม 5ส พลาสติกแล้ว เราจะพบว่าการดำเนินกิจกรรมจะใช้วิธีการ CD หรือ Copy and
Development ซึ่งก็คือการลอกเลียนแบบและอาจจะปรับปรุงเพิ่มขึ้น หลังจากไปดูงานจากหน่วยงานอื่น ๆ โดยไม่รู้
ที่มาที่ไปอย่างถ่องแท้
ที่จริงแล้วเราต้องทราบก่อนว่า 5ส มีจุดมุ่งหมายอะไร เราจะทราบได้อย่างไรว่าการดำเนินกิจกรรม หรือการ
บริหารจัดการ 5ส ประสบความสำเร็จอย่างไร สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นได้อย่างไร
การดำเนินกิจกรรม 5ส มิใช่เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการให้เพียงมีการทำกิจกรรม 5ส แต่ 5ส มีเพียง
จุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือ การดำเนินกิจกรรม 5ส เป็นการวางพื้นฐานของงานอุตสาหกรรมและงานบริการ โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มผลผลิต
ถ้าเรามาพิจารณาว่าการเพิ่มผลผลิตคืออะไร การเพิ่มผลผลิต คือ การเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ของการบริหารจัดการทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ
การวัดผลจึงทำได้โดยใช้ดัชนีตัวชี้วัดหลัก ๆ เช่น ปริมาณผลผลิต (P), คุณภาพของผลิตภัณฑ์ (Q), การ
ผลิตที่ใช้ต้นทุนเหมาะสม (C), การผลิตที่สามารถส่งมอบได้ตามเวลา (D), ความปลอดภัยในการทำงาน (S) และ
ขวัญกำลังใจของพนักงาน (M) เป็นต้น
เมื่อเราสามารถรู้สถานะของแต่ละดัชนีแล้ว เราก็จะสามารถค้นพบจุดบกพร่องหรือช่องทางในการแก้ไข
ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ โดยอาจจะต้องอาศัยเทคนิคอื่น ๆ ต่อยอดการทำกิจกรรม 5ส แบบปกติ เทคนิคต่าง ๆ นี้
ได้แก่ การปรับปรุงงานด้วยรูปถ่าย หรือที่รู้จักกันในนาม VFP (Visual Feedback Photography) ระบบการควบคุม
และการแสดงผลให้สามารถมองหรือพบเห็นได้โดยง่าย ที่เรียกว่า VCS (Visual Control System) เป็นต้น
ขออนุญาตย้ำอีกครั้งนะครับว่า อย่าตัดรูปแบบโดยไม่เข้าใจสาระสำคัญ จุดประสงค์ เป้าหมายที่ต้องมุ่งไป
ให้ถึง อย่าทำ 5ส เพื่อ 5ส เพราะถ้าเราทำกิจกรรม 5ส เพื่อการเป็น 5ส แล้ว ล่ะก็ เราจะได้ 5ส พลาสติก ซึ่งดู
เหมือนมีการดำเนินกิจกรรม 5ส ที่ถูกต้อง แต่แท้ที่จริงแล้วยังไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่อง การเพิ่มผลผลิตได้เลย
มาทำ 5ส กันอย่างจริงจัง ให้บรรลุถึงแก่นของการทำกิจกรรมเพื่อการเพิ่มผลผลิตกันเถอะครับ ถ้าโรงงาน
หรือบริษัทต่าง ๆ ได้ทำ 5ส อย่างถูกต้องจริงจังแล้ว อัตราการเพิ่มผลผลิตโดยรวมของชาติคงสูงขึ้นอย่างมาก และ
สามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน
การดำเนินกิจกรรม 5ส มิใช่เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายของการให้เพียงมีการทำกิจกรรม 5ส
แต่ 5ส มีเพียงจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือ การดำเนินกิจกรรม 5ส เป็นการวางพื้นฐานของงานอุตสาหกรรม
และงานบริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเพิ่มผลผลิต
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:39:19 PM »

การบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมด้วย 5ส
ทวิยา วัณณะวิโรจน์
กรรมการพิจารณารางวัล 5ส ประเทศไทย
บ่อยครั้งที่เราละเลยหรือไม่เอาใจใส่ต่อการพลิกผันในเชิงลบที่เกิดขึ้น จนบางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เล็กน้อยกลับนำพาไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ในการดำเนินกิจกรรมใดๆ ไม่ว่าในวิถีชีวิตปกติ หรือวิถีการทำงานไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงได้
เลย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งในเชิงบวก และเชิงลบ อาจจะเล็กน้อยจนไม่สามารถรู้สึกได้ หรืออาจจะมาก
จนรู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีปกติ บ่อยครั้งที่เราละเลยหรือไม่เอาใจใส่ต่อการพลิกผันในเชิงลบที่เกิดขึ้น จนบางครั้งการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเล็กน้อยกลับนำพาไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะที่บางคนนำการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาตั้งเป็นโจทย์ แลัวพยายามหาทางพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสที่สร้างความเป็นต่อให้กับตนเองได้
ในการบริหารงานก็เช่นเดียวกันที่ ในแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลามักเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเกิด
จากปัจจัยภายในองค์กร หรือจากภายนอกองค์กร ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องที่ผู้บริหารหรือ
ผู้ปฏิบัติงานควบคุมได้ยากกว่า ดังนั้นจึงไม่ขอพูดถึงในสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากความสามารถในการบริหารจัดการของคน
ในองค์กร
เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจทั้งของอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมบริการ ต่างมุ่งหวังที่จะเป็นหนึ่งใน
ตลาดอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ซึ่งการที่จะเป็นที่ 1 หรือมีชื่อเสียงติดอันดับต้น ๆ ได้นั้นมี Key word สำคัญอยู่ 4
ประการคือ “ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ราคาเป็นที่ยอมรับ ส่งมอบตรงเวลา และรับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งทั้ง 4
ประการนี้อยู่ภายใต้ “Big Q” ที่ประกอบไปด้วย
P = Productivity
Q = Quality
C = Cost
D = Delivery
S = Safety
M = Morale
E = Environment
E = Ethics
มาตรฐานที่ได้กำหนดขึ้นนั้น สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ดังนั้นเมื่อความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน องค์กรก็ต้องปรับมาตรฐานให้รองรับการเปลี่ยนแปลงได้
ซึ่งท่านเชื่อหรือไม่ว่า ปัจจัยทั้ง 8 สิ่งนี้ “มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” หากไม่รู้เท่าทันกับการ
เปลี่ยนแปลงนี้ ก็เท่ากับว่าองค์การของท่าน กำลังถอยหลังห่างคู่แข่งไปอย่างน้อยก็ 1 ก้าว ทำไม ? ถึงเป็นเช่นนั้น
ลองมาดูที่ Key word ตัวแรก “คุณภาพ” ในการผลิตผลิตภัณฑ์ ท่านย่อมมีความมั่นใจว่า ณ วันนี้ผลิตภัณฑ์ของท่านมี
คุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการและมีความพึงพอใจโดยมีเหตุผลสนับสนุน เช่น ยอดขาย จำนวนการ Claim ที่เกิดจากการ
คืนสินค้าที่ไม่เป็นไปตาม Spec. จำนวนของเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิต เป็นต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฏว่าความ
ต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไป มีความคาดหวังสูงขึ้น หากท่านละเลยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ท่านคิดว่าท่านจะยังคง
สามารถรักษาความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของท่าน ต่อไปได้หรือไม่ ? ดังนั้นหากท่านจะบริหารการ
เปลี่ยนแปลงนี้ โดยใช้ 5ส เป็นเครื่องมือในการจัดการ ก็ขอให้พิจารณา ส2 (สะดวก) และ ส4 (สร้างมาตรฐาน)
เนื่องจาก ส สะดวก มีผลต่อการรักษาคุณภาพให้มีความสม่ำเสมอ หากองค์กรมีระบบการจัดเก็บสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์
อย่างเป็นระบบ และนำแนวทางของ Visual Control เข้ามาใช้ร่วมด้วย ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดเก็บได้
ดียิ่งขึ้น โดยสามารถนำ ส สะดวก นี้มาใช้ตั้งแต่การบริหารจัดการคลังสินค้า ทั้งคลังวัตถุดิบและคลังผลิตภัณฑ์ ด้วย
หลักการ First in First out ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่า out put ที่เข้าสู่กระบวนการผลิต เป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
ตาม Spec. ที่กำหนด ไม่ใช่เป็นวัตถุดิบที่หมดอายุแล้ว การจัดการสิ่งของระหว่างกระบวนการผลิตที่สามารถแยกแยะ
ของดีของเสียได้อย่างชัดเจน จนรับประกันได้ว่าจะไม่มีของเสียหลุดรอดไปถึงมือลูกค้า ส่วน ส สร้างมาตรฐาน จะช่วย
ยกระดับคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าอย่างทันท่วงที เนื่องจากมาตรฐานที่ได้
กำหนดขึ้นนั้น สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อความต้องการของลูกค้าเปลี่ยน องค์กรก็ต้องปรับ
มาตรฐานให้รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจในคุณภาพสินค้า และผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
สิ่งเดียวที่เหลือ อยู่ที่องค์กรจำเป็นต้องบริหารจัดการให้ดีคือ “การลดต้นทุน”
Key word ตัวที่ 2 “ราคาเป็นที่ยอมรับ” ปัจจัยตัวนี้มีความอ่อนไหวมากในความรู้สึกของลูกค้า เนื่องจาก
ลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงความพึงพอใจ ทันทีที่ผลิตภัณฑ์ของท่านสูงกว่าคู่แข่ง ที่มีคุณภาพผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน แม้จะ
เพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะลูกค้าทุกรายต้องการผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพดี ราคาถูกทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วเราปฏิเสธ
ไม่ได้ว่า ต้นทุนการผลิตในปัจจุบันมีปัจจัยส่งเสริมให้ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเมื่อเพิ่มราคาขายไม่ได้ สิ่ง
เดียวที่เหลืออยู่ที่องค์กรจำเป็นต้องบริหารจัดการให้ดีคือ “การลดต้นทุน” ที่อย่างน้อยก็ทำให้มีราคาขายที่สามารถ
ต่อสู้กับคู่แข่งได้ แต่องค์กรยังคงได้รับผลกำไรไม่น้อยกว่าเดิม ส ตัวที่จะนำมาบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง ในประเด็น
นี้คือ ส1 สะสาง และ ส3 สะอาด เนื่องจากหลักการของการสะสางคือ การแยกแยะสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากสิ่งของที่
จำเป็น ซึ่งจะทำให้องค์กรรู้ว่าได้เก็บสะสมสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ หรือมีมากเกินความจำเป็นต้องใช้ไว้มาก
น้อยเพียงใด เพราะการเก็บของเหล่านั้นไว้ในโรงงาน เท่ากับว่ากำลังบ่มเพาะความสิ้นเปลืองอันเป็นต้นทุนที่ไม่
ก่อให้เกิดผลกำไรไว้เป็นจำนวนมหาศาล รวมถึงความสิ้นเปลืองในการใช้พื้นที่ ครุภัณฑ์เพื่อจัดเก็บ และคนที่ต้องดูแล
สิ่งของทีไม่จำเป็นดังกล่าว หากนำ ส สะสางมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ภายในโรงงานของท่านจะมีแค่เพียงวัตถุดิบ
วัสดุ อุปกรณ์ อะไหล่เครื่องจักร และกระบวนการทำงานเท่าที่จำเป็น ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งเป็นการบริหาร
ต้นทุนที่ใช้ต้นทุนน้อยที่สุด สำหรับ ส สะอาด จะช่วยลดต้นทุนโดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารเครื่องจักรที่เป็นปัจจัยการผลิต
ที่สำคัญตัวหนึ่ง เนื่องจากความหมายของการทำความสะอาดที่นอกเหนือจากการกำจัดสิ่งสกปรกแล้ว ยังมีความหมาย
แฝงลึกซึ้งอีกประการหนึ่งคือ เพื่อการตรวจสอบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องจักร เพราะเมื่อใดที่เครื่องเกิดการ
Breakdown ด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ก็จะเกิดความสูญเปล่าขึ้นทันที ทำให้ขาดโอกาสในการผลิต เกิดการว่างงานของ
พนักงานที่ต้องการซ่อมเครื่องจักร แต่องค์กรยังคงต้องจ่ายค่าแรงโดยไม่มีการผลิต เป็นต้น และความสูญเปล่านั้นก็คือ
ต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดผลกำไรเช่นเดียวกัน ดังนั้นควร ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจแก่ Operator ที่ใช้เครื่องจักรนั้น
ทุกวัน ว่าการทำความสะอาดเครื่องจักรเพื่อป้องกันการ Breakdown ไม่ให้เกิดขึ้น หรือการรับรู้ล่วงหน้าของการทำงาน
ที่ผิดปกติของเครื่องจักรนั้นมีผลต่อประสิทธิภาพงานอย่างไรแล้ว พนักงานเหล่านี้ก็จะเป็นผู้ช่วยในการลดต้นทุนแก่
องค์กรได้มากมายอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ส่วน Key word ตัวที่ 3 “ส่งมอบตรงเวลา” และ ตัวที่ 4 “รับผิดชอบต่อสังคม” เป็นการผสมผสานของ ส
4 ตัวแรก ที่เมื่อมีการดำเนินการอย่างครบถ้วนอย่างเป็นระบบแล้ว ทั้ง 2 ประการนี้ก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ซึ่ง
เปรียบเสมือนเป็นมูลค่าเพิ่มจากการทำ 4ส ที่ไม่ต้องทำงานเพิ่ม แต่อย่างไรก็ตาม ส ตัวที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ทำ
ให้ทั้ง 4ส สามารถดำเนินไปได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน ก็คือ ส5 สร้างวินัย เนื่องจากเป็น ส ตัวเดียวที่เกี่ยวข้องกับการ
จูงใจ “คน” ดังนั้น องค์กรใดที่ไม่มีกลยุทธ์ หรือเทคนิคในการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานตะหนักถึงความสำคัญของ
ระบบ 5ส แล้ว ทั้งหมดที่กล่าวมาก็จะไร้ผลทันที
เมื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้วจะพบว่า ความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ
ปัจจัยภายในที่ดีนั้น เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดต่อการบริหารความเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากที่สุด และ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผู้เขียนมีความมั่นใจที่จะยืนยันว่า “ระบบ 5ส” เป็นแนวทางการปรับปรุงพื้นฐานที่ดีที่สุด
สามารถวัดผลที่เป็นรูปธรรมได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุด ดังนั้นหากองค์กรใดที่ยังไม่เคยนำระบบ 5ส เข้ามาใช้ในองค์กร
แล้ว แนวความคิดในเรื่อง “Big Q” คงดำเนินต่อไปได้ยาก
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:40:42 PM »

ปัญหาอุปสรรค กับดัก 5ส ที่พลาดกันเป็นประจำ
ปราโมช วิเศษโวหาร
กรรมการพิจารณารางวัล 5ส ประเทศไทย
ถ้าเรามีการจัดระบบหรือโครงสร้างในการจัดการกิจกรรมที่ดีและเหมาะสมแล้ว
จะสามารถขจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดกับตัวบุคคลได้
เวียนมาอีกครั้งสำหรับงานประกาศผลเพื่อมอบรางวัลให้กับบริษัทที่ดำเนินกิจกรรม 5ส ดีเด่นแห่ง
ประเทศไทย แม้ ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 6 ต่อเนื่องแล้ว แต่วิทยาการด้าน 5ส นั้นก่อกำเนิดเป็นที่
รู้จักกันในทุกวงการมานานหลายปีพอสมควรแต่เวลาที่แน่ชัดในการนำมาประยุกต์ใช้กับ
อุตสาหกรรมเมื่อไหร่นั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ถ้า ให้ประมาณการณ์คงไม่ต่ำกว่า 50 ปี ส่วน
ในประเทศไทยเองมีการนำวิทยาการทางด้าน 5ส มาใช้ในอุตสาหกรรมคิดว่าคงไม่ต่ำกว่า 30 ปี เชื่อแน่ว่าน้อยคน
นักในวงการอุตสาหกรรมที่ไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับ 5ส เท่าที่ผมเองเฝ้าสังเกต บนความคุ้นเคยที่เกิดขึ้นกับบุคลากรใน
ภาคอุตสาหกรรม แทนที่จะใช้โอกาสของความคุ้นเคยนี้นำสู่การเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง ทั้งเชิงปฏิบัติและทฤษฎีเพื่อการ
ปรับปรุงผลิตภาพค้นหาเหตุผลว่าทำไมอุตสาหกรรมญี่ปุ่นใช้ 5ส ประสบผลสำเร็จสามารถลดต้นทุนได้อย่างเห็นผล
กลับกลายเป็นว่าหลายบริษัทปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ละเลยต่อสิ่งที่ตนคุ้นเคยจนเกิดอาการไม่ใส่ใจ
เมื่อเวลาผ่านไป มองแค่ว่า 5ส เป็นสิ่งล้าสมัย พอได้ยินคำว่า 5ส หลายคนจะแสดงความรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่ง
เหล่าผู้คุ้นเคยเหล่านั้นแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมาไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือวาจาและได้ยินจนชินหู เช่น
“ยังทำ 5ส อยู่อีกเหรอ”
“รู้แล้วว่า 5ส ทำอย่างไร”
“ไม่เห็นจะดีเลย เดี๋ยวมันก็สกปรกอีกอยู่ดี”
“5ส เป็นสิ่งที่หน้างานทำ”
“ฉันเป็นถึงประธานบริษัทนะ ให้ฉันเป็นประธานคณะกรรมการ 5ส เหรอ”
“ใครไปอบรมมาก็ทำสิ”
“แม้จะดูรกแต่ฉันก็หาสิ่งที่ต้องการเจอ”
“งั้นให้น้องเป็นผู้นำในการทำแล้วกัน”
“แค่จัดให้เป็นระเบียบไม่เห็นจะยากเลย”
“งานยุ่งมากไม่มีเวลาทำหรอก”
“กำไรก็มีอยู่แล้วไม่เห็นต้องทำอะไรที่ยุ่งยากเลย”
หรืออีกหลายคำและหลายพฤติกรรมที่บุคคลเหล่านั้นจะสรรหามาแสดงออกเพื่อวัตถุประสงค์ใดไม่อาจ
ทราบได้ จนบางครั้งขยายวงกว้างไปสู่พนักงานกลุ่มใหญ่ที่น่ากลัวที่สุด หากบุคคลนั้นเป็นระดับผู้บริหารแสดงออก
ด้วยแล้ว อาจนำไปสู่การเกิดบรรยากาศที่ไม่สู้ดี บางแห่งอาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่ดีระอากับการทำ 5ส ไปเลยก็มี
หากเกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่าข้างต้นกับบริษัทใดแล้วถ้าคิดจะฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกครั้งคงลำบากเพราะความรู้สึกและ
บรรยากาศได้เปลี่ยนไปแล้วปัญหาข้างต้นสร้างความลำบากใจให้กับหลายหน่วยงานไม่ใช่น้อย สำหรับแนวทางการ
แก้ไขนั้นมีมากมายหลากหลายตามแต่วิธีการที่เลือกนั้น เหมะสมกับสภาพงานมากน้อยขนาดไหน หากจะหาตัวการ
ที่ทำให้เกิดปัญหาทำให้การดำเนินกิจกรรมไม่สำเร็จนั้นมีอยู่ร้อยแปดพันประการ แต่ที่ได้ยินซ้ำๆ แล้วได้ลองทำการ
จัดหมวดหมู่ดูจากคำพูดและคำบอกเล่าปากต่อปาก จะหนีไม่พ้นเรื่อง คน มากกว่าเรื่องอื่นใด เช่น “เพราะคนนั้นไม่
ทำ” “เพราะแผนกนั้นไม่ทำ” “มีทำอยู่ไม่กี่คน” “หัวหน้าไม่เห็นว่ายังงัย” เป็นต้น
ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเรามีการจัดระบบหรือโครงสร้างในการจัดการกิจกรรมที่ดีและเหมาะสม
แล้วจะสามารถขจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดกับตัวบุคคลได้ หากโครงสร้างมีความแข็งแกร่งดำเนินการอย่าง
เป็นระบบ สามารถส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมโดยมีระดับบริหารเป็นแกนกลางผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของ
พนักงานทุกคน เชื่อแน่ว่ากลไกนี้จะช่วยส่งผลให้เกิดการปฏิบัติและแสดงพฤติกรรมที่ดี ตามที่ต้องการออกมาได้ ใน
ลักษณะ Team Work นำสู่การผลักดันให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก เบื้องต้นคงต้องผลักดันให้เกิดการรักษา
สภาพเป็นมาตรฐานเชิงกายภาพตามช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนเพื่อตรวจสอบวินัยระดับต้น เมื่อการรักษาสภาพไว้ได้
อย่างยั่งยืนแล้วมีตัววัดในลักษณะของการปรับปรุงงานจะสร้างความท้าทายให้กับพนักงานได้ในอีกหนึ่งระดับ
โดยทั่วไปแล้วโครงสร้างจะประกอบด้วยตำแหน่งดังนี้
• ประธานคณะกรรมการ 5ส
• รองประธานคณะกรรมการ
• ที่ปรึกษา
• กรรมการและเลขานุการ
ในคณะกรรมการนั้นจะมีการแบ่งหน้าที่ออกเป็น 4 ส่วนให้รับผิดชอบ
• กรรมการส่วนวิชาการ
• กรรมการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมกิจกรรม
• กรรมการสร้างมาตรฐาน
• กรรมการตรวจติดตามและประเมินผล
เมื่อได้โครงสร้างตามต้องการแล้วพึงระวังไว้นะครับว่า อย่าคิดว่าจัดบรรยากาศ 5ส แล้วเรียกร้องให้ทุกคน
ทำโดยที่ตัวเองไม่ทำจะเป็นการแสดงตัวอย่างที่ไม่ดี หรืออย่าจ้องจับผิด ตำหนิบ่นว่า และอย่าเร่งรัดมากจน
กลายเป็นความกดดัน ฉะนั้นการแบ่งบทบาทหน้าที่จึงเป็นสิ่งที่ต้องกำหนดและชี้แจงถึงบทบาทหน้าที่ให้ทุกคน
เข้าใจอย่างชัดเจนซึ่งขอระบุไว้คร่าวๆ ดังนี้
บทบาทของคณะกรรมการ 5ส
• กำหนดแผนแม่บทของการดำเนินงาน 5ส ขององค์การ
• จัดให้มีการตรวจสอบติดตามประเมินผลการทำ 5ส
• ส่งเสริมและสร้างความเข้าใจอันดีในการทำ 5ส
• จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ และดูงาน 5ส
• สรุปผลการดำเนินงาน 5ส ขององค์การ
• จัดประกวดหน่วยงานที่ทำ 5ส ได้ดี
เป็นต้น
บทบาทของผู้บริหารระดับสูง
• กำหนดนโยบายและเป้าหมายการดำเนินกิจกรรม 5ส ขององค์การ
• ส่งเสริมและสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ในการทำ 5ส ของพนักงาน
• ตรวจสอบการดำเนินงาน 5ส ขององค์การอยู่เสมอ
• เป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามหลักการของ 5ส
• ชมเชย และให้รางวัลหน่วยงานที่ทำ 5ส ได้ดี
เป็นต้น
บทบาทผู้บังคับบัญชาทุกระดับ
• นำแนวทางการดำเนินงาน 5ส มาปฏิบัติให้สอดคล้องกับเป้าหมายของหน่วยงาน /องค์การ
• เป็นตัวอย่างที่ดี และให้คำแนะนำในการปฏิบัติ 5ส และการปรับปรุงวิธีการทำงานให้ดีขึ้น
• ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการประชุมกลุ่มย่อย
• ตรวจติดตามผลการทำ 5ส ของหน่วยงานตนเอง
• ชมเชยผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำ 5ส ได้ดี
เป็นต้น
“หากผู้บริหารคณะกรรมการเองโดยเฉพาะระดับสูงไม่สามารถสร้างระบบโครงสร้างที่แข็งแกร่งได้
สิ่งที่คาดหวังอยากให้ยั่งยืนคงเป็นเรื่องที่ลำบาก”
ในการปฏิบัติจริงแล้วจะเจอสิ่งที่ต้องขบคิดให้แก้ปัญหามากมายซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คงเป็นรายละเอียดสำหรับ
แต่ละเนื้องานหรือลักษณะธุรกิจแล้วล่ะครับ เพราะสูตรสำเร็จในการบริหารไม่มีตายตัว กับดักอีกอย่างหนึ่ง (จริง ๆ มี
หลายอย่างมาก) ที่เจอค่อนข้างบ่อยมาก คือ การทำตามหรือลอกเลียนแบบบริษัทอื่นแล้วตอบคำถามตัวเองไม่ได้
ว่า เมื่อนำมาใช้กับบริษัทหรือพื้นที่เราแล้วเหมาะสมหรือไม่ ฉะนั้นในการทำสิ่งใดก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็น ขีดสี ตีเส้น
ติดป้าย ติดไฟ ต้องถามตัวเองเสมอว่าทำเพื่ออะไร ประโยชน์ที่ได้รับคุ้มค่าและเอื้อประโยชน์ให้เราได้มากมายคุ้ม
การลงทุนจริงหรือเปล่า
หากผู้บริหารคณะกรรมการเองโดยเฉพาะระดับสูงไม่สามารถสร้างระบบโครงสร้างที่แข็งแกร่งได้สิ่งที่
คาดหวังอยากให้ยั่งยืนคงเป็นเรื่องที่ลำบาก แต่หากเรามีระบบหรือโครงสร้งการจัดการที่สามารถตอบสนองต่อ
แนวคิด แนวปฏิบัติ เพื่อการปรับปรุงที่มาจากพนักงาน โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมให้กับทุกคน ทุกระดับ ในทุก
ขั้นตอนของกิจกรรมภายใต้นโยบาย เป้าหมายที่ทุกคนเข้าใจตรงกันเชื่อแน่ว่า 5ส คงยากที่จะถูกปฏิเสธ
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 04:42:15 PM »

กิจกรรม 5 ส ในโรงงานอุตสาหกรรม
ในโรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการผลิต หรือกระบวนการของการทำงานไม่มีความสูญเปล่า เป็นความคาดหวังที่เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร และพนักงานมีความต้องการเป็นที่สุด หากความสูญเปล่านั้นอยู่ในระดับศูนย์แล้ว บริษัทสามารถรักษาสภาพไว้ได้อย่างมั่นคงต่อเนื่อง สิ่งที่มากขึ้นตามมาก็จะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ในเรื่องของพนักงาน สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั้นคือ ทำงานได้สะดวก มีความมั่นใจและเกิดความปลอดภัยในการทำงาน สงผลต่อขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน เกิดการเพิ่มผลผลิตให้กับองค์กร นั้นคือ องค์กรเกิดความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น กำไรเหล่านั้นก็จะนำมากลับมาสู่ผู้ปฏิบัติงานทุกๆคน  แต่การที่เราจะดำเนินกิจกรรม 5 ส ได้นั้น ต้องได้รับการปฏิบัติภายใต้แนวคิดที่ทุกคนมีส่วนร่วม โดยมีเครื่องมือคือ  5ส มาเป็นเครื่องมือตรวจจับความสูญเปล่าให้หลุดออกจากกระบวนการทำงาน ซึ่งการดำเนินกิจกรรม 5 ส ที่ผ่านมาพบว่า ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก มีคำกล่าวที่ว่า ” 5 ส เกิดที่อเมริกา โตที่ญี่ปุ่น ตายที่เมืองไทย” โดยมุ่ง การทำงานภายใต้ความเข้าใจในกิจกรรม 5ส ใหม่ๆกว่าทุกวัน ก็จอยู่ คงเป็นกะได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังได้



ในกระบวนการดำเนินการ 5 ส. ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ละ ส มัก แฝงไปด้วยความท้าทายเพื่อไปสู่ความคาดหวัง หากเรายังทำงานตามมาตรฐานเดิมๆ หรือขอบเขตที่ขีดไว้ให้เพียงมุมเดียวแน่นอนว่าการปรับปรุง และพัฒนาคงเป็นไปลำบาก หากสอดแทรกแนวคิด ไคเซ็น (Kaizen) หรือ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ซึมเข้าไปในระหว่างการปฏิบัติและดำเนินการ ใน ส. ทุกๆ ตัวความสูญเปล่าที่เรามุ่งกำจัดต้องโผล่หางออกมาให้เราได้สืบสาวไปสู่ส่วนหัวได้โดยเร็ววันอย่างแน่นอน

เนื่องจากการดำเนินกิจกรรม 5 ส เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการความรู้ของคนในองค์กร คือ คนในองค์กรช่วยกันคิดหาวิธีที่จะดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น 5 ส จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับคน จะต้องนำเครื่องมือต่าง  ๆ เข้ามาช่วยในการจัดการถึงจะทำให้เกิดผลได้เร็วขึ้น เช่น แนวคิดของไคเซ็น คือ การปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) โดยใช้จุดประสงค์ของ ส. แต่ละตัวเป็นตัวตั้ง แล้วเอาไคเซ็น เป็นเครื่องมือนำพาไปสู่จุดประสงค์นั้น เนื่องจากเป็นการปรับปรุง (Improvement) โดยเป็นแนวคิดที่นำมาใช้ในการบริหารการจัดการการอย่างมีประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นที่การมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน ร่วมกันแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ หัวใจสำคัญอยู่ที่ต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด (Continuous Improvement) ไคเซ็นจึงเป็นแนวคิดที่จะช่วยรักษามาตรฐานที่มีอยู่เดิม (Maintain) และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น (Improvement) หากขาดซึ่งแนวคิดนี้แล้ว มาตรฐานที่มีอยู่เดิมก็จะค่อย ๆ ลดลง

หรือการใช้เครื่องมือ Small Group Activity เป็นการจัดโครงสร้างของกิจกรรมทุกๆกิจกรรม เพื่อให้โครงการได้มีการจัดกลุ่มเพื่อแข่งขัน พัฒนากิจกรรมทางด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และความสามัคคีในหมู่คณะ SGA. จึงเป็นวิธีการในการ Implement ระบบงานต่างที่สำคัญ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า SGA.เป็นกุญแจหลักเพื่อให้เกิดความประสิทธิผลในโครงการทุกโครงการ

ทำไมต้องทำ 5 ส ในโรงงานอุตสาหกรรม

1.การทำงานด้วยความลำบากและซับซ้อน

ในโรงงานอุตสาหกรรม คงหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธไม่ได้ว่า จะต้องมีของวัตถุดิบเตรีมการผลิต เครื่องจักร เครื่องมือ ชิ้นงานต่าง ๆ วางเกะกะอยู่ทั่วไปในบริเวณภายในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ โรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อม ซึ่งถือว่า เรายังมิได้ใส่ใจหรือมีศักยภาพเพียงพอในการจัดระเบียบของโรงงานมากนัก เราจะพบเห็นอยู่กันบ่อย ๆ จนคุ้นตา เมื่อมิได้มีการจัดการ 5 ส ให้เกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม พนักงานที่ต้องปฏิบัติงานเป็นประจำในพื้นที่นั้นก็จะประสบปัญหากับความยากลำบากในการทำงานมากขึ้น

ตัวอย่างการทำ 5 ส ในโรงงาน : จัดวางเครื่องมือ อุปกรณ์ง่ายต่อการหยิบมาใช้
การจัดการ 5 ส จึงสามารถตอบโจทย์คำถามนี้ได้ว่าจะทำอย่างไรดี  โดยการสะสาง โดยขจัดให้เหลือแต่ของที่จำเป็นในการทำงาน การสะสางจะทำให้สามารถควบคุมปริมาณของพัสดุได้ง่าย จากการวางของเกะกะ  ส่งผลต่อความสะดวกในการทำงานมากขึ้นมีพื้นที่สำหรับการเดิน หรือปฏิบัติงานได้มากขึ้น



ตัวอย่างการทำ 5 ส ในโรงงาน: การทำเส้นแบ่งระหว่างทางเดินภายในโรงงานอุตสาหกรรม
2. มีความสูญเปล่าเกิดขึ้น
ในโรงงานอุตสาหกรรมโดยส่วนใหญ่มักเกิดความสูญเปล่า (Waste) ได้ในหลายลักษณะ ดังนี้
” การเคลื่อนไหว คือ ความสูญเปล่าที่เกิดจากการเคลื่อนไหว หรือการออกแบบสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่นโต๊ะทำงาน หรือวิธีการทำงาน ก่อนอื่นจะต้องขจัดความสูญเปล่าที่เกิดจากการเคลื่อนไหว อันได้แก่ การหยิบออกมาวางไว้ก่อน/ก้ม/เอียง เช่น การหยิบชิ้นส่วนจากด้านหลัง หรือ การทำงานโดยใช้มือเพียงข้างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกระบวนการที่จังหวะเวลา (Pitch time) ของสายพานลำเลียงที่กำหนดไว้เร็วมากนั้น ความสูญเปล่าที่เกิดจาก การหยิบวาง จะเป็นจุดบอดมาก

งานเสีย คือ ความสูญเปล่าที่เกิดจาก งานเสียรวมไปถึงการที่ไม่สามารถแก้ไขงานเสียนั้นได้ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ทำการผลิตเป็นล็อทใหญ่ๆนั้น จะมีงานคั่งค้างสะสมอยู่ระหว่างแต่ละกระบวนการค่อนข้างมาก อันมีผลทำให้การตรวจพบงานเสียนั้นกระทำได้ช้า นอกจากนี้ ความสูญเปล่าของงานที่เสีย ยังรวมไปถึงความสูญเปล่า ของการซ่อมงานในส่วนของสำนักงานก็ได้แก่ การพิมพ์รายงานผิด ต้องเสียเวลาพิมพ์ใหม่

การรอคอย คือ ความสูญเปล่าของการรองานประเภทของการรองานมีมากมาย ตัวอย่าง เช่น การเฝ้าดูงาน เช่น เครื่องจักรที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบรวมศูนย์เครื่องจักร ถ้าเราปรับให้เครื่องทำงานเอง เครื่องจักรก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ พนักงานควบคุมเครื่องจะทำหน้าที่เพียงคอยดูการทำงานของเครื่องว่าเป็นไปด้วยดีหรือไม่ การรองาน เนื่องจากความสามารถของพนักงานไม่เท่ากัน หรือมีพนักงานเข้ามาใหม่ จึงทำให้เกิดการรองานของพนักงานเก่า หรือการเตรียมเครื่อง ในแต่ละครั้งใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ความสูญเปล่าที่เกิดขึ้นเนื่องจากงานรอคน หรือคนรองานถือเป็นความสูญเปล่าทั้งสิ้น ในส่วนของสำนักงาน เมื่อรับเอกสารแล้วไม่ทำการปฏิบัติตามกำหนดเวลา หรือการรอคิวถ่ายเอกสาร ทำให้เกิดความสูญเปล่า เป็นต้น

พัสดุคงคลัง คือ ความสูญเปล่าที่เกิดจากพัสดุคงคลัง ดูเหมือนว่าจะเป็นความสูญเปล่าที่จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานของ ผู้บริหาร ในสายการผลิต แต่การที่ต้องสร้างโกดังเพื่อเก็บชิ้นส่วนประกอบ หรือผลผลิตสำเร็จรูปแล้ว โดยจะต้องจ่ายเพื่อการควบคุมดูแลรักษา ค่าเช่า โกดัง ค่าแรงงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการรื้อโกดังเก็บชิ้นส่วนทิ้งเสีย และสร้างคลังสินค้าย่อยๆขึ้นมาในสายการผลิต เพื่อให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนที่ต้องการ ตามจำนวนที่ต้องการและในเวลาที่ต้องการตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนมาซื้อวัตถุ ภายในประเทศแทนการซื้อจากต่างประเทศ การสั่งซื้อจากบริษัทในเครือ เป็นต้น

การขนย้าย คือ  ความสูญเปล่าเนื่องมาจากการขนย้ายไม่ว่าจะเป็นการข้นย้ายระหว่าง กระบวนการกับกระบวนการ ชั้นบน ชั้นล่าง โรงงาน ก. โรงงาน ข. หรือการขนย้ายไปวางชั่วคราว ณ ที่ใดที่หนึ่ง รวมไปถึงการขน วางซ้อน เปลี่ยน และการต้องขนงานขึ้นลงในแนวดิ่งด้วย

การผลิตเกินความจำเป็น คือ ความสูญเปล่าของงานระหว่างผลิต ซึ่งคือวัตถุดิบ หรือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการผลิต ที่รอลำดับการผลิตในล็อท ที่กำลังผลิต หรือในระหว่างรอการขนย้ายไปโรงงานอื่นหรือย้ายจากข้างบนลงล่าง เหล่านี้เป็นต้น ความสูญเปล่าของงานระหว่างผลิตนี้ เกิดขึ้นได้ง่ายในกรณีที่ผลิตมากเกินความจำเป็น เราจึงมักเรียกความสูญเปล่าประเภทนี้ว่า ความสูญเปล่าของการผลิตมากเกินไป ความสูญเปล่าของงานที่คั่งค้างในกรรมวิธีผลิตนี้ ทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องจัดหาที่ว่างชั่วคราว การซ้อนเปลี่ยนการขนย้ายและมีผลต่อเนื่องไปถึงการส่งมอบงานที่ไม่ทันตามกำหนดเวลา หรืออาจทำให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพของผลผลิตได้ นอกจากนี้ยังรวมทั้งวัตถุดิบและสินค้าที่ผลิตเกินไว้เป็นสต็อค แล้วไม่สามารถขายให้ลูกค้าได้

” กรรมวิธีไม่มีประสิทธิภาพ คือ ความสูญเปล่าที่มีสาเหตุจากวิธีการ แปรรูปงาน หรือเสียเวลาซ่อมชิ้นงาน เช่น การตัดคลีบของ หรือการขัดผิวของวัตถุดิบบางตัวก่อนทำการเชื่อม ความสูญเปล่าที่เกิดจากการออกแบบที่ไม่รัดกุมทำให้ต้องทำงานที่ไม่มีสาระหรือเสียเวลาในการตบแต่งโดยไม่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การพันสก็อตเทป หลังการขึ้นรูป ความสูญเปล่าของโปรแกรม ที่เขียนให้ต้องใช้สว่านหลายครั้งในการเจาะรูเดียว ความสูญเปล่าที่เกิดจากการทำงานซ้ำซ้อนระหว่างแผนก เช่น ฝ่ายบุคคลกับ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายผลิตกับฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ในเรื่องของข้อมูลของเสีย นอกจากนี้การเสียเวลาค้นหาสิ่งที่ต้องการเนื่องจากการจัดเก็บไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมองไม่รู้ว่า คืออะไรหรืออยู่ที่ไหน ก็ถือเป็นความสูญเปล่าเช่นกัน

จากการเกิดความเกิดความสูญเปล่า (Waste) ขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม  5 ส สามารถจัดการกับปัญหานั้นได้ อย่างน้อยสามารถลดภาระนั้นได้ เนื่องจากหลักการของ 5 ส นั้นจะมุ่งในการลดความสูญเปล่าของความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้หลาประการ

ตัวอย่างเช่น  ความสูญเปล่าที่เกิดจากการเคลื่อนไหว หรือการออกแบบสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเกิดการวางจัดวางเครื่องจักรหรือเครื่องมืออุปกรณ์ ไม่เหมาะสมทำให้ การหยิบชิ้นงาน การเคลื่อนไหวขาดความสะดวก รวดเร็ว  การหยิบชิ้นส่วนจากด้านหลัง  การทำงานโดยใช้มือเพียงข้างเดียว เกิดความสูญเปล่าได้

กิจกรรม 5 ส จึงเป็นปัจจัยพื้นฐานการบริหารคุณภาพที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อม ที่ดีในที่ทำงาน เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าทำงานเกิดความสะอาดเรียบร้อย ในสำนักงาน ถูกสุขลักษณะ ลดความสูญเปล่าที่ก่อ ให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็น



3. โรงงานมีความสกปรก รุงรัง
เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมมีความสกปรก รุงรัง เนื่องจากการเตรียมการ และการจัดระบบในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ดีพอทำให้เกิดปัญหาในเรื่องความสะอาดขึ้น   การจัดการ 5 ส จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเพราะความสกปรกที่เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานการจัดการ จึงเป็นเรื่องของการทำความสะอาด (ปัด กวาด เช็ด ถู) เครื่องจักร อุปกรณ์ และ สถานที่ทำงาน  สะอาดจึงสามารลดต้นทุนการซ่อมและซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ที่หมดอายุก่อนกำหนด เพราะการทำความสะอาดถือเป็นพื้นฐานของการบำรุงรักษาเครื่องจักร     ส สะอาด  สามารถช่วยลดต้นทุนการซ่อมและซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ที่หมดอายุก่อนกำหนด เพราะการทำความสะอาดถือเป็นพื้นฐานของการบำรุงรักษาเครื่องจักร

4.เสียเวลาในการค้นหา ส่งของให้ลูกค้าล่าช้า
ปัญหาอย่างหนึ่งของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเรื่องของ พัสดุคงคลัง หรือสินค้าคงคลัง หลายโรงงาน

อุตสาหกรรม มักไม่ได้ใส่ใจกับ การจัดทำระบบพัสดุคงคลังให้มีความคล่องตัวมากขึ้น  ทั้งในส่วนของวัตถุดิบที่เตรียมนำมาใช้ในกระบวนการผลิตและสินค้าเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า  อีกทั้งการ จัดการพัสดุไม่ดี จะทำให้เกิดการจัดคือความสูญเปล่าที่เกิดจากพัสดุคงคลัง  ในการเก็บชิ้นส่วนประกอบ หรือผลผลิตสำเร็จรูปแล้ว โดยจะต้องจ่ายเพื่อการควบคุมดูแลรักษา ค่าเช่า โกดัง ค่าแรงงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดย เมื่อการดำเนินกิจกรรม 5 ส. โดยการสะสาง คือ การรื้อโกดังเก็บชิ้นส่วนทิ้งเสีย และสร้างคลังสินค้าย่อยๆขึ้นมาในสายการผลิต เพื่อให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนที่ต้องการ ตามจำนวนที่ต้องการและในเวลาที่ต้องการ  สามารถแก้ไขปัญหาในการค้นหา หรือการผลิตได้ทันตามเวลาที่ลูกค้าต้องการได้  ลดต้นทุนในกระบวนการผลิตได้

5.เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม มักเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะมาจากพนักงานขาดความรู้ หรือจากเครื่องมือเครื่องจักรที่มีความบกพร่องก็ตาม โดยเมื่อพิจารณาถึงบทความจากที่เคยกล่าวไว้ในก่อนหน้า สาเหต ุของการเกิดอุบัติเหตุ พบว่า  พนักงานส่วนมากมีอายุการทำงานน้อยไม่เคยผ่านการเรียน การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย ในโรงงานเเละหลักการทำงานที่ถูกต้องจึงทำให้ขาดการควบคุมเเละตัดสินใจขณะเกิดอุบัติเหตุ  และเกิดจากชิ้นงานเล็กเกินไป จับชิ้นงานป้อนไม่แน่น ป้อน ชิ้นงานผิดทิศทาง ขาดความรู้ในการใช้ ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เครื่องจักรมีความสั่นสะเทือนมาก ชิ้นงาน โก่ง คด งอ  อีกทั้ง สาเหตุหลักเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องจักรอุปกรณ์ไม่ปลอดภัย กระบวนการทำงานไม่ปลอดภัย และเกิดจากความประมาทของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง  จากข้อมูลดังกล่าวเราต้องยอมรับว่าอุบัติเหตุจะต้องเกืดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าเราไม่มีมาตรการทั้งมาตรการขั้นพื้นฐาน และมาตรการขั้นเด็ดขาดในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ


การจัดการ 5 ส. จึงเป็นเครื่องมือพื้นฐานอย่างหนึ่งที่จะนำมาสร้างมาตรฐานการป้องกันมิให้อุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นเกิดขึ้นได้  โดย การจัดการเกี่ยวกับสุขลักษณะ โดยเน้นการรักษามาตรฐานและปรับปรุงให้ดีขึ้น สุขลักษณะจะช่วยลดต้นทุนในเรื่องความผิดพลาดต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือสุขลักษณะจะเป็นการปูพื้นฐานให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงาน ทำให้ไม่มีการทำงานที่ผิดขั้นตอน  ตลอดจนสร้างนิสัย ของพนักงานในการปรับปรุงวิธีการทำงาน ปรับปรุงเครื่องจักรอุปกรณ์ ปรับปรุงพื้นที่ในสถานที่ทำงาน เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้เกิดขึ้นอีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนโดยรวมได้อีกด้วย
บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
winai.d
" ทายาท น้ำใจดั่งสายธาร "
Hero Member
*****

พลังน้ำใจ 1911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2990


ความปลอดภัย เริ่มต้น ที่ตัวคุณ

sudyod1510@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2012, 10:42:02 AM »

การตรวจพื้นที่ 5ส. อย่างสร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
เขียนโดย ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์

มูลเหตุจูงใจ ไปบรรยายหลักสูตร การเป็นผู้ตรวจประเมินพื้นที่ 5 ส. และหลักสูตรการดำเนินกิจรรม 5ส.

เกือบทุกครั้งที่มีการตรวจประเมินกิจกรรม 5ส. ในพื้นที่ มักจะมีเสียงเล็ดลอดมาให้ได้ปวดหัว จากทั้งคณะกรรมการ ผู้ตรวจ และผู้ถูกตรวจ

โดยที่เสียงที่มาจากผู้ตรวจประเมินส่วนใหญ่ เช่น


“คนถูกตรวจไปไหนเนี้ย”

“ทำไมไม่ให้ความร่วมมือกันบ้างเลย!!!”

“ก็ความเป็นจริงแย่ขนาดนี้แล้ว จะมาหวังคะแนนอะไรอีกล่ะ!!!”

“ไม่อยากไปตรวจเลย เพราะมีแต่คนเกลียดขี้หน้า!!!”

“ไปตรวจทีไร ทะเลาะกันเกือบทุกที เบื่อแล้ว อยากเปลี่ยนคนตรวจบ้าง!!!”

ส่วนเสียงที่เล็ดลอดมาจากผู้ถูกตรวจ ก็มีเช่นกัน

“คนตรวจ ไม่ยุติธรรม!!!”

“ก็ผมไม่มีความรู้นี่หน่า!!!”

“ก็เพิ่งเคยตรวจนี่แหละ จะหวังให้ดีเลยก็ยาก!!!”

“ไหน ๆๆ เอาเกณฑ์ที่ไหนมาตรวจประเมินลองอธิบายซิ!!!”

“มาตรฐานของคนตรวจ ไม่เห็นเหมือนกันเลย คนโน้นบอกได้ คนนี้บอกไม่ได้ แล้วจะให้ผมทำยังไง!!!”

“หนูไม่ยอม ทำไมให้คะแนนหนูแค่นี้!!!”

“ครั้งที่แล้ว ก็ทำแบบนี้ แต่ทำไมคราวนี้ ได้คะแนนน้อยกว่าคราวที่แล้วล่ะ”

“ท่านละครับ เคยเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า”

ถ้าเป็นแบบนี้แล้วละก็ท่านคิดว่า การดำเนินกิจกรรม 5ส. ของท่านจะประสบความสำเร็จหรือครับ คงมีแต่ปัญหา และเมื่อได้ยินคำว่าต้องไปตรวจพื้นที่ 5ส. แล้วละก็ เชื่อได้เลยครับว่าจะมีแต่คนเบะปาก หันหน้าหนี ไม่อยากเข้าใกล้แน่ๆ ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับหน่วยงานใด รับลองได้ว่ากิจกรรม 5ส. หน่วยงานนั้นล้มเหลวแน่นอนครับ เอาละ เพื่อป้องกันปัญหา ดังกล่าว วันนี้ผมนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อให้ท่านได้สามารถ นำไปประยุกต์ใช้เพื่อตรวจพื้นที่ 5ส. ได้อย่างสนุกสนาน และมีชีวิต ชีวามากขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักๆ ในการตรวจพื้นที่ 5ส. ดังนี้ ขั้นตอนแรก  การเตรียมตัวก่อนตรวจพื้นที่  ขั้นตอนที่สอง ระหว่างการตรวจพื้นที่ และขั้นตอนที่สาม หลังการตรวจพื้นที่ และอธิบายหัวข้อย่อยๆ อีก 15 ประการดังนี้ครับ

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการตรวจ
 
1. ทำความเข้าใจเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินกิจกรรม 5ส. ก่อน โดย ที่ทุกคนในหน่วยงานต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน
ก่อนว่า

“เป้าหมายสูงสุดของดำเนินกิจกรรมกลุ่ม 5ส. คือ เพื่อการเพิ่มผลผลิต (Productivity) คือ ทำงานได้ดีกว่า เร็วกว่า ประหยัดกว่า และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ไม่ใช่ทำกิจกรรมเพื่ออวดอ้างกันว่า แผนกฉันดีเด่นกว่าเธอ หรือของเธอแย่ที่สุดในหน่วยงาน”


2. เตรียมพร้อมก่อนตรวจ โดยควรศึกษาแต่ละหัวข้อในใบตรวจพื้นที่ก่อนว่าคืออะไรบ้าง? เกณฑ์การให้คะแนน เป็นอย่างไรบ้าง หัวข้อในใบตรวจพื้นที่ ต้องมีความเหมาะสม และสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง เราไปตรวจประเมินที่ไหน แผนกอะไร เวลากี่โมง และไปติดต่อกับใคร อย่าลืมแจ้งเขาล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันนะครับ

3. ควรมีพี่เลี้ยงประกอบไปด้วยสำหรับผู้ตรวจประเมินที่ยังไม่ชำนาญ

4. ควรกำหนดมาตรฐานเดียวกัน ในการตรวจทุกครั้ง ทุกแผนก และทุกคน เช่น

 ความสะอาด ตรวจสอบโดย มองที่พี้นทั่วบริเวณ ไม่พบ เศษกระดาษ พลาสติก เศษอุปกรณ์ ที่พื้นเลยถือว่าสะอาดที่สุด แต่ถ้ามีบ้าง ก็ให้คะแนนลดหลั่นกันลงไป แต่ถ้ามีมากก็อาจจะให้ศูนย์ไปก็ได้นะครับ

ขั้นตอนที่สอง ระหว่างการตรวจพื้นที่

5. ควรบันทึกสิ่งที่พบ จากการตรวจประเมิน และให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงในครั้งต่อไป เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปฏิบัติของผู้ถูกตรวจ เช่น พบมีการวางอุปกรณ์บนเครื่องจักร คำแนะนำ ควรมีการจัดทำพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์ เพื่อความเป็นระเบียบ และปลอดภัย หรือ พบมีการวางอุปกรณ์ ปะปนกัน ไม่เป็นระเบียบ คำแนะนำ ควรจัดหมวดหมู่ของอุปกรณ์ และคัดแยกประเภท แล้วจัดพื้นที่ ทำป้ายชี้บ่ง บอกตำแหน่งการจัดวาง แล้วขีดสี ตีเส้น และอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดได้เข้าใจ แล้วปฏิบัติตาม และกำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อคอยตรวจสอบ กำกับดูแลการปฏิบัติงานอีกครั้ง เป็นต้นครับ

6. กรณีตรวจครั้งแรกไม่ควรให้คะแนนเป็นศูนย์หลายหัวข้อ (ยกเว้น ไม่ได้มาตรฐานจริงๆ) เพราะอาจทำให้ผู้ถูกตรวจเสียกำลังใจได้

7. คณะกรรมการไม่ควรทะเลาะเรื่องการตัดสินใจให้ผู้ถูกตรวจเห็น เพราะอาจทำให้เกิดความสงสัย และครางแคลงใจว่า “ขนาดกรรมการยังทะเลาะกัน แล้วคะแนนฉันจะเป็นยังไงเนี้ย”

8. คณะกรรมการต้องมีความยุติธรรม (เหมือนท่านเปาบุ้นจิ้น) อย่าลำเอียง เพราะความรัก ความสนิทสนม หรือกดคะแนนเพราะความโกรธ ความเกลียด เด็ดขาด

9. ผู้ตรวจ และผู้ถูกตรวจควรให้เกียรติ และให้ความร่วมมือ ซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ไม่ควรแสดงกริยาดูถูก ไม่พอใจ หรือต่อต้านเด็ดขาด

10. ผลคะแนนที่ได้ ไม่ใช่จุดสุดท้ายของการทำ 5ส. แต่คือ จุดเริ่มต้นของการปรับปรุงพื้นที่ 5ส. ของแต่ละหน่วยงาน แต่ละแผนกให้ดีขึ้น โดยควรถือคติว่า “ครั้งต่อไป พวกเราจะต้องได้คะแนนสูงขึ้นกว่านี้”


ขั้นตอนที่สาม หลังตรวจพื้นที่

11. นำคะแนนที่ได้จากการตรวจประเมินจากผู้ตรวจประเมินทุกท่านมาพิจารณา สำหรับวิธีที่นิยมคือ การหาค่าเฉลี่ย หรือโหวตคะแนน ซึ่งต้องมีความยุติธรรมทุกคน ทุกแผนกนะครับ

12. สรุปคำแนะนำ ที่ได้จากคณะกรรมการทุกคน แล้วทำรายงานเพื่อแจ้งไปยังแผนกที่ถูกตรวจสอบ


13. แจ้งผลการตรวจประเมินไปให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น หัวหน้าแผนกต่างๆ และพนักงานในแผนกที่ถูกตรวจประเมิน

13. ตอบข้อสงสัย และให้คะแนะนำเพิ่ม เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ถูกตรวจประเมิน

14. ติดตามผลการปรับปรุง และพัฒนาพื้นที่ที่เราไปตรวจประเมินอีกครั้ง โดยพิจรณาเปรียบเทียบว่า เขาได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ในสิ่งที่เราให้คำแนะนำไปอย่างไรบ้าง แล้วทำการเปรียบเทียบก่อน และหลังการปรับปรุง เพื่อดูการพัฒนา ซึ่งนี่ละครับ คือหัวใจที่สำคัญที่สุดของการตรวจประเมิน 5ส.

15. คณะกรรมการควรมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาทักษะการตรวจประเมิน เช่น ปัญหาที่พบในการตรวจประเมิน ปัญหาใบตรวจประเมิน ปัญหาการไม่ให้ความร่วมมือ ปัญหาขาดความรู้ในการตรวจประเมินของคณะกรรมการ ปัญหาความไม่เข้าใจในการตรวจประเมิน ปัญหาการให้คะแนน เป็นต้น เพื่อปรับปรุง วิธีการตรวจประเมินให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นครับ


 3หลักการ 15 หัวข้อ  เขียนจากประสบการณ์ของผมซึ่งเคยเป็นทั้งผู้ถูกตรวจ ผู้ตรวจ และเป็นผู้สอนผู้ตรวจ จึงอยากนำแนวคิดเหล่านี้มาแลกเปลี่ยน ดังแนวคิดที่ว่า “ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น”


สุดท้ายขอฝากคมคิด สะกิดใจว่า “แก่นแท้ของทุกการดำเนินกิจกรรม เช่น กิจกรรม 5ส. QCC IDEA SUGGESTION KAIZEN  THEME ACHEIVEMENT MAKIKAMI หรือกิจกรรมอื่นๆ คือ การปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)  ไม่ใช่เพียงเพื่อทำเพราะอยากทำ ต้องทำ ถูกสั่งให้ทำ หรือทำเพื่อเอาชนะกัน” ขอให้สนุกกับการตรวจประเมิน และการกิจกรรม 5ส. กันทุกคนนะครับ

บันทึกการเข้า

" ความรู้มีไว้เผยแพร่ ให้กับผู้อื่น  เพื่อให้เกิดการแบ่งปันซึ่งกันและกัน และเป็นประโยชน์กับทุกคน
     ความรู้นั้นสำคัญ ที่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การนำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น

    รับอบรม เผยแพร่ความรู้.,ด้านการสร้างจิตสำนึก ...ความตระหนัก...ด้านความปลอดภัย
       JSA ,KYT ,BBS และ  5 ส เพื่อเพิ่มผลผลิต และเทคนิคทำมาตรฐาน 5 ส
                  " อุบัติเหตุ  เป็น  ศูนย์ "
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.12 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Installed by Installatron

bisdakworldgreen design by JV PACO-IN
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.16 วินาที กับ 19 คำสั่ง